
(แฟ้มภาพซินหัว : เต็นท์พักแรมของชาวปาเลสไตน์พลัดถิ่นบริเวณถนนอัล-ราชีดในเมืองกาซาซิตี วันที่ 1 ก.ย. 2025)
สหประชาชาติ, 5 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (4 ก.ย.) เทสส์ อินแกรม ผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ (UNICEF) ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เปิดเผยว่าเมืองกาซาซิตี ซึ่งเคยเป็นที่หลบภัยแห่งสุดท้ายของบรรดาครอบครัวในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซา กำลังกลายเป็นสถานที่ที่เด็กๆ ไม่อาจมีชีวิตรอดหรือดำรงอยู่ได้อีกต่อไป กลายเป็นเมืองแห่ง "ความหวาดกลัว การหลบหนี และพิธีศพ"
อินแกรมระบุว่าโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น หากมีการโจมตีทางทหารที่รุนแรงขึ้นในกาซาซิตี ซึ่งจะส่งผลต่อประชาชนเกือบ 1 ล้านคนที่ยังคงอาศัยอยู่ที่นั่น และจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจจินตนาการได้ และเราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกัน
อินแกรมเล่าว่าตลอด 9 วันที่ผ่านมา เธอได้พบกับครอบครัวที่ต้องอพยพหลบหนีด้วยความหวาดกลัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไร้สิ่งใดติดตัวมานอกจากเสื้อผ้า และยังพบเด็กๆ ที่พลัดพรากจากผู้ปกครองในความโกลาหล แม่ที่สูญเสียลูกจากความอดอยาก และแม่ที่หวาดกลัวว่าลูกๆ ของตนจะเป็นรายต่อไป ตลอดจนได้พูดคุยกับเด็กๆ บนเตียงในโรงพยาบาล ซึ่งร่างกายเล็กๆ ของพวกเขาถูกสะเก็ดระเบิดทำร้าย
ปัจจุบันศูนย์รักษาภาวะทุพโภชนาการผู้ป่วยนอกที่ยูนิเซฟสนับสนุนในกาซาซิตี เหลือเปิดทำการเพียง 44 แห่ง จากทั้งหมด 92 แห่ง ส่งผลให้เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการนับพันคนต้องสูญเสียช่องทางช่วยชีวิตที่พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพาเพื่อเอาชนะความอดอยากไปกว่าครึ่งหนึ่ง
ทีมของยูนิเซฟกำลังทำทุกทางที่ทำได้เพื่อช่วยเด็กๆ แม้ที่จริงจะสามารถทำได้มากกว่านี้ หากมีการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติงานภาคพื้นดินและได้รับเงินทุนเพียงพอ
อินแกรมย้ำว่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ในกาซาซิตีกำลังถูกทำลายและความทุกข์ทรมานของเด็กๆ ในฉนวนกาซาไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการตัดสินใจที่ทำให้ชีวิตผู้คนในกาซาซิตีและทั้งฉนวนกาซาต้องตกอยู่ภายใต้การโจมตีจากทุกทิศทางในทุกวัน
ทั้งนี้ ยูนิเซฟยังคงเรียกร้องให้อิสราเอลทบทวนกฎการปฏิบัติการทางทหารเพื่อคุ้มครองเด็กตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และเปิดทางให้ความช่วยเหลือเข้าสู่กาซาได้อย่างเพียงพอ พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด โดยทั้งสองฝ่ายต้องปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ฟื้นฟูข้อตกลงหยุดยิง และขอให้ประชาคมโลกใช้ทุกกลไกกดดันเพื่อยุติสถานการณ์อันเลวร้ายในกาซาที่กำลังดำเนินอยู่