
มีรี, 31 ต.ค. (ซินหัว) -- แปลงทดลองปลูกข้าวยืนต้นที่พัฒนาโดยจีน ในเมืองมีรี รัฐซาราวักของมาเลเซีย ให้ผลลัพธ์น่าพอใจหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกได้จำนวนมากเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ของจีน และบริษัทบอร์เนียวแลนด์ แพดดี จำกัด ที่ดำเนินงานร่วมกันมานานหลายเดือน
ฮี คิง ชีออง ประธานกรรมการบริหารของบริษัทฯ กล่าวว่าข้าวยืนต้นมีจุดเด่นตรงที่ปลูกเพียงครั้งเดียวก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่อเนื่องนาน 4-5 ปี เนื่องจากต้นข้าวสามารถงอกขึ้นมาได้เองหลังเก็บเกี่ยว ไม่จำเป็นต้องไถพรวนดินหรือปลูกใหม่
ปัจจุบันมาเลเซียต้องนำเข้าข้าวร้อยละ 80 เนื่องจากผลิตข้าวได้ภายในประเทศเพียงร้อยละ 20 และการผลิตยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มาเลเซียยิ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทฯ จึงพยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ เพราะตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตข้าวและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
ปัจจุบันรัฐซาราวักสามารถผลิตข้าวได้เพียงร้อยละ 21 ของความต้องการบริโภคภายในรัฐ ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นร้อยละ 60 ภายในปี 2030 ทั้งนี้ รัฐซาราวักและมณฑลอวิ๋นหนานของจีนมีความสัมพันธ์ในฐานะภูมิภาคพี่น้องกัน อีกทั้งมหาวิทยาลัยมาเลเซียซาราวักและมหาวิทยาลัยอวิ๋นหนานนานยังมีความร่วมมือทางวิชาการมาอย่างยาวนาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ต่อยอดสู่ความร่วมมือทดลองปลูกข้าวยืนต้นสายพันธุ์ต่างๆ ตั้งแต่ปี 2025
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการเริ่มทดลองปลูกข้าวยืนต้น 30 สายพันธุ์ ซึ่งทีมวิจัยจากจีนให้คำแนะนำและถ่ายทอดความรู้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่เพาะปลูก การหว่านเมล็ดพันธุ์ ไปจนถึงการติดตามการเจริญเติบโตของต้นข้าว โดยหลังการเก็บเกี่ยวครั้งแรก ทีมวิจัยจีนได้คัดเลือกข้าวยืนต้น 5 สายพันธุ์ที่มีศักยภาพการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นได้ดี
หนึ่งในสายพันธุ์ข้าวดังกล่าว ได้แก่ ข้าวยืนต้นสายพันธุ์อวิ๋นต้า 28 (Yunda 28) ซึ่งให้ผลผลิตโดดเด่นกว่า 1.2 ตันต่อไร่ (กว่า 500 กิโลกรัมต่อหมู่) มากกว่าข้าวพันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิมที่ให้ผลผลิตราว 480 กิโลกรัมต่อไร่ (ราว 200 กิโลกรัมต่อหมู่) โดยผลการทดลองเบื้องต้นทำให้ทั้งสองฝ่ายสนใจศึกษาความเป็นไปได้ที่จะขยายการใช้เทคโนโลยีนี้ในรัฐซาราวักมากยิ่งขึ้น