ซิดนีย์, 5 ก.พ. (ซินหัว) -- สถาบันเฟรเซอร์แห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์รายงานการจัดทำแผนที่สภาพแวดล้อมระดับเซลล์ของเซลล์มะเร็งปอด และค้นพบว่ากระบวนการเผาผลาญสารอาหาร (metabolism) ของเซลล์ คือกุญแจสำคัญที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยจะตอบสนองต่อการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดได้ดีเพียงใด
คณะนักวิจัยได้ทำการศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างเซลล์ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก ซึ่งเป็นประเภทมะเร็งปอดที่พบบ่อยที่สุด เพื่อไขคำตอบว่าเหตุใดผู้ป่วยบางรายจึงไม่ตอบสนองต่อวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด
รองศาสตราจารย์ อารูธา กุลาซิงเหอ จากสถาบันฯ ระบุว่าทีมนักวิจัยใช้อัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องจักรและแนวทางการประมวลผล เพื่อศึกษารูปแบบที่เซลล์มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักที่เอื้อให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตได้ดี โดยสามารถเจาะลึกถึงธรรมชาติอันซับซ้อนของเซลล์เสมือนการเข้าไปสำรวจ "พฤติกรรมจำเพาะ" (personal lives) ท่ามกลางโครงสร้างก้อนเนื้องอกที่ซับซ้อน จนค้นพบว่าสภาพแวดล้อมการเผาผลาญบางรูปแบบนั้นเชื่อมโยงกับการตอบสนองและการดื้อต่อการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด
กุลาซิงเหอกล่าวว่าการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันมีค่าใช้จ่ายสูงและเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเพียงส่วนน้อย สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจวิธีการระบุกลุ่มผู้ป่วยที่จะตอบสนองการรักษาได้อย่างแม่นยำ รวมถึงจำแนกผู้ป่วยที่อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบผสมผสานหรือวิธีการทางเลือกอื่นๆ
เจมส์ มังก์แมน จากสถาบันฯ ระบุว่าเราทราบกันดีว่าเซลล์มะเร็งชอบน้ำตาลเป็นพิเศษ เราจึงวิเคราะห์ว่ากลูโคสถูกนำไปเผาผลาญที่จุดใดของเซลล์บ้าง หรือจุดไหนที่ไม่มีการเผาผลาญ โดยพบว่าในก้อนเนื้องอกเดียวกัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของก้อนเนื้องอกนั้นอาจมีกระบวนการแปรรูปกลูโคสที่แตกต่างจากพื้นที่อีกส่วนหนึ่งอย่างสิ้นเชิง
คณะนักวิจัยระบุว่าขั้นต่อไปคือการพัฒนาวิธีรักษาแบบมุ่งเป้า เช่น การใช้ตัวยับยั้งกระบวนการเผาผลาญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งอาจนำไปสู่การรักษาที่แม่นยำที่ปรับให้เหมาะสมกับลักษณะก้อนเนื้องอกของผู้ป่วยแต่ละราย โดยทีมวิจัยมีแผนขยายแนวทางการรักษานี้ให้ครอบคลุมมะเร็งชนิดอื่นๆ ในอนาคต
อนึ่ง งานวิจัยดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวารสาร เนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ (Nature Communications)

(แฟ้มภาพซินหัว : หญิงเข็นรถเข็นเด็กในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 19 มิ.ย. 2025)