วอชิงตัน, 18 ส.ค. (ซินหัว) -- ผลสำรวจความคิดเห็นจากรอยเตอร์/อิปซอสส์ (Reuters/Ipsos) ระหว่างวันที่ 14-17 ส.ค. ระบุว่าคะแนนนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ร้อยละ 33 ต่ำที่สุดตลอดการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ท่ามกลางความกังวลของประชาชนชาวอเมริกันเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจเพียงร้อยละ 33 ระบุว่าพึงพอใจกับผลงานของทรัมป์ในทำเนียบขาว ขณะที่ร้อยละ 64 ไม่พึงพอใจ
คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงจากร้อยละ 35 ในผลสำรวจเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ และอยู่ในระดับต่ำกว่าทุกช่วงในวาระการดำรงตำแหน่งสมัยปัจจุบัน โดยเทียบเท่ากับคะแนนนิยมระดับต่ำสุดในสมัยแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2017
ผลสำรวจล่าสุดนี้เผยแพร่ออกมาในช่วงเวลาเดียวกับที่กรอบเวลาเจรจา 60 วันภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีกำหนดสิ้นสุดลงในวันจันทร์ (17 ส.ค.) โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่มีความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในวงกว้าง
ช่วงที่ผ่านมาทรัมป์พยายามคลายความกังวลของประชาชนเรื่องราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง โดยในการปราศรัยทางการเมืองในรัฐนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (14 ส.ค.) ทรัมป์กล่าวว่าการต้องจ่ายค่าน้ำมันเบนซิน "เพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย" ถือว่าคุ้มค่าหากแลกกับการป้องกันไม่ให้ "ประเทศที่ชั่วร้ายอย่างยิ่ง" ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (16 ส.ค.) พบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสหรัฐฯ กว่าร้อยละ 53 ระบุว่าฐานะการเงินของพวกเขาแย่ลงภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ท่ามกลางกระแสไม่พอใจต่อการรับมือปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพเพิ่มขึ้น
ดาร์เรลล์ เวสต์ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันบรูกกิงส์ เผยกับสำนักข่าวซินหัวว่าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าจ้าง และประชาชนกำลังประสบปัญหาในการชำระค่าใช้จ่าย หลายคนรู้สึกว่าตนเองกำลังตามไม่ทันและไม่สามารถรับมือกับค่าอาหาร ค่าน้ำมัน และค่ารักษาพยาบาลได้

(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 1 พ.ค. 2026)