สหประชาชาติ, 21 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) เอเด็ม โวซอร์นู ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและสนับสนุนของสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) เปิดเผยข้อมูลต่อคณะมนตรีความมั่นคงระหว่างการอภิปรายแบบเปิดว่าด้วยการคุ้มครองพลเรือนในความขัดแย้งทางอาวุธว่า ทุกๆ 14 นาทีมีพลเรือนถูกสังหารหนึ่งรายจากความขัดแย้งทางอาวุธทั่วโลกในปี 2025 ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงนั้นสูงกว่านี้มาก ทั้งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซูดาน ยูเครน ดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง และพื้นที่อื่นๆ
ในแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งเผยแพร่ในวันเดียวกันระบุว่า คณะเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงานระหว่างหน่วยงานได้เน้นย้ำถึงการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชนที่เพิ่มมากขึ้นในความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก
พลเรือนจำนวนมาก ซึ่งในจำนวนนี้ยังเป็นเด็ก ถูกสังหาร บาดเจ็บ และต้องพลัดถิ่นในระดับที่น่าตกใจในหลายพื้นที่ความขัดแย้ง ขณะที่ความรุนแรงทางเพศถูกใช้เป็นยุทธวิธีในการทำสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้หญิง เด็กหญิง และทำลายชีวิตผู้คน นอกจากนี้ บ้านเรือน โรงเรียน ศาสนสถาน โรงพยาบาล รวมถึงแผนกสูติกรรม ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินของพลเรือนอย่างระบบน้ำ เครือข่ายคมนาคม ตลาด และแหล่งผลิตอาหาร ต่างได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย
คณะเจ้าหน้าที่ยังเตือนว่าภาวะความหิวโหยและทุพภิกขภัยที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งกำลังแพร่กระจาย ซึ่งมักเชื่อมโยงกับยุทธวิธีปิดล้อมและจงใจปล่อยให้พลเรือนอดอาหาร พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสูญเสียแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในหมู่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ โดยมีเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมมากกว่า 1,000 รายเสียชีวิตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
แถลงการณ์ระบุว่าสงครามมีกฎเกณฑ์ที่ทุกฝ่ายในความขัดแย้งต้องปฏิบัติตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดกฎหมาย หากแต่อยู่ที่ความล้มเหลวในการยึดถือและบังคับใช้กฎหมายเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ ความรับผิดรับชอบที่เสื่อมถอย ตลอดจนการเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ต่างๆ แม้เผชิญกับการกระทำอันโหดร้ายทารุณ

(แฟ้มภาพซินหัว : ชาวปาเลสไตน์ไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองกาซาซิตี วันที่ 23 เม.ย. 2026)