
(แฟ้มภาพซินหัว : ธงสหภาพยุโรปด้านนอกอาคารเบอร์เลย์มอนต์ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่คณะกรรมาธิการยุโรป ในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม วันที่ 29 ม.ค. 2025)
บรัสเซลส์, 12 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) คาจา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) เผยว่าสมาชิกสหภาพยุโรปเห็นพ้องดำเนินมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่อผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลจากกรณีใช้ความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ หลังการหารือระหว่างสมาชิกอียูล่าช้ามานานหลายเดือน
คณะรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาชิกสหภาพยุโรปอนุมัติมาตรการดังกล่าวแล้ว และการตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางเหตุความรุนแรงจากผู้ตั้งถิ่นฐานที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของนิคมผู้ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครอง ทว่าสหภาพยุโรปยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของบุคคลและหน่วยงานที่ตกเป็นเป้าหมายของมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้
ฌ็อง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวบนแพลตฟอร์มโซเชียลว่าสหภาพยุโรปกำลังคว่ำบาตรองค์กรขนาดใหญ่ของอิสราเอลและผู้นำขององค์กรเหล่านั้นจากการสนับสนุน "การเข้ายึดครองแบบสุดโต่งและใช้ความรุนแรงในเขตเวสต์แบงก์" พร้อมชี้ว่าการกระทำที่ "ร้ายแรงและไม่อาจยอมรับได้" ลักษณะนี้จะต้องยุติลงทันที
อย่างไรก็ตาม เหล่านักการทูตของสหภาพยุโรปยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับมาตรการเพิ่มเติม อาทิ การห้ามนำเข้าสินค้าจากที่ตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ หรือการระงับข้อตกลงทางการค้าที่สำคัญกับอิสราเอล
อนึ่ง สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) รายงานว่ามีชาวปาเลสไตน์กว่า 5,900 คนต้องพลัดถิ่นเนื่องจากเหตุความรุนแรงจากผู้ตั้งถิ่นฐาน นับตั้งแต่ปี 2023 และเฉพาะในปีนี้เพียงปีเดียวมีชาวปาเลสไตน์พลัดถิ่นแล้วราว 2,000 คน