วอชิงตัน, 5 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อคืนวันจันทร์ (4 พ.ค.) ซีบีเอส นิวส์ (CBS News) อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รายงานว่าเรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและเข้าสู่บริเวณอ่าวเปอร์เซียได้สำเร็จ หลังจากฝ่าแนวระดมยิงโจมตีจากอิหร่าน โดยเรือยูเอสเอส ทรักซ์ตัน (USS Truxtun) และยูเอสเอส เมสัน (USS Mason) ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยเฮลิคอปเตอร์อาปาเชและอากาศยานอื่นๆ เผชิญกับภัยคุกคามหลายระลอกระหว่างเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่มีเรือรบสหรัฐฯ ลำใดถูกโจมตีแม้อิหร่านจะส่งทั้งเรือขนาดเล็ก ขีปนาวุธ และโดรนเข้ามาระดมยิงโจมตีอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมว่าวัตถุโจมตีที่อิหร่านยิงออกมานั้นไม่สามารถเข้าถึงเรือของสหรัฐฯ และภารกิจการช่วยเหลือของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางอากาศอย่างเข้มแข็ง สามารถสกัดกั้นหรือยับยั้งทุกภัยคุกคามที่เข้ามาได้
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) เมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) ว่าชาวอิหร่านนั้นว่านอนสอนง่ายกว่าแต่ก่อน และขู่ว่าหากอิหร่านมุ่งเป้าโจมตีเรือสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เพนตากอนเริ่มปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบดังกล่าว พวกเขาจะถูกทำลายล้างจนสิ้นซากไปจากโลกใบนี้
อย่างไรก็ตาม ในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์อีกครั้งกับเอบีซีนิวส์ (ABC News) เมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) ทรัมป์เลี่ยงที่จะระบุว่าการโจมตีของอิหร่านในวันจันทร์ (4 พ.ค.) นั้นถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยทรัมป์ได้ลดทอนความรุนแรงของการโจมตีดังกล่าวลงและชี้ว่า "มันไม่ใช่การโจมตีที่รุนแรงอะไร"
แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวช่วงก่อนหน้านั้นในวันจันทร์ (4 พ.ค.) ว่ากองกำลังอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธร่อน โดรน และส่งเรือขนาดเล็กจำนวนมากเพื่อมุ่งโจมตีเรือลำต่างๆ ที่เรากำลังให้การคุ้มครองอยู่ โดยกองกำลังสหรัฐฯ ได้จมเรือเล็กของอิหร่าน 6 ลำที่มุ่งเป้าโจมตีเรือพลเรือนในช่องแคบฮอร์มุซ และสกัดกั้นขีปนาวุธรวมถึงโดรนของอิหร่านอีกจำนวนหนึ่ง
ด้านทาสนิม (Tasnim) สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่าอิหร่านได้ปฏิเสธคำอ้างของสหรัฐฯ โดยระบุว่าไม่มีเรือพาณิชย์หรือเรือบรรทุกน้ำมันลำใดเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีกรุงเตหะรานและเมืองอื่นๆ ของอิหร่านอีกหลายแห่ง ส่งผลให้อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในขณะนั้น ตลอดจนผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือนเสียชีวิต อิหร่านจึงตอบโต้ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอล รวมถึงฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง และจำกัดไม่ให้เรือที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลและสหรัฐฯ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อนึ่ง ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ตามมาด้วยการเจรจาระหว่างคณะผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐฯ ในกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน ซึ่งสิ้นสุดลงโดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดได้

(แฟ้มภาพซินหัว : ช่องแคบฮอร์มุซ วันที่ 19 ก.พ. 2025)