วอชิงตัน, 22 เม.ย. (ซินหัว) -- การบริหารจัดการเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นการรับผิดทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ หลังจากหลายผลสำรวจล่าสุดสะท้อนคะแนนความนิยมของทรัมป์ตกต่ำลง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อยืดเยื้อ ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูง และผลพวงทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน
ผลสำรวจจากสำนักข่าวเอพี-นอร์ค (AP-NORC) ระบุว่าคะแนนความนิยมของทรัมป์อยู่ที่ร้อยละ 33 ลดลงจากร้อยละ 38 ในเดือนมีนาคม และถือเป็นระดับต่ำสุดครั้งใหม่ในวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของเขา ส่วนผลสำรวจจากรอยเตอร์ส/อิปซอส (Reuters/Ipsos) ระบุว่าคะแนนความนิยมของทรัมป์อยู่ที่เพียงร้อยละ 36
ผลสำรวจความคิดเห็นอื่นๆ ระบุว่าคะแนนความนิยมของทรัมป์เฉลี่ยอยู่ที่ช่วงร้อยละ 35-39 ขณะผลสำรวจ "โพล ออฟ โพลส์" (Poll of Polls) ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่าคะแนนความไม่นิยมของทรัมป์เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 62
บรรดานักวิเคราะห์มองว่าคะแนนความนิยมที่ตกต่ำลงสะท้อนความไม่พอใจในวงกว้างต่อนโยบายภายในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจุบันชาวอเมริกันราว 2 ใน 3 ไม่เห็นชอบกับการจัดการสงครามอิหร่านของทรัมป์ ซึ่งเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับระดับความไม่พอใจต่อปัญหาเงินเฟ้อ
นอกจากนั้นความขัดแย้งกับอิหร่านยังทำให้ทรัมป์สูญเสียการสนับสนุนจากอดีตผู้สนับสนุนบางส่วน รวมถึงทหารผ่านศึกที่เคยสนับสนุนเขาจากคำมั่นสัญญาก่อนหน้านี้ที่จะหลีกเลี่ยงการทำสงครามในต่างประเทศ

(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 16 เม.ย. 2026)