
(แฟ้มภาพซินหัว : การประท้วงกรณีสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร วันที่ 21 มี.ค. 2026)
เยรูซาเล็ม, 7 เม.ย. (ซินหัว) -- แถลงการณ์จากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เมื่อวันจันทร์ (6 เม.ย.) ระบุว่าการโจมตีโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ที่สุดสองแห่งของอิหร่าน ส่งผลให้กำลังการผลิตปิโตรเคมีภัณฑ์เพื่อส่งออกของอิหร่านมากกว่าร้อยละ 85 ไม่สามารถดำเนินงานได้
กองกำลังฯ ระบุว่ากองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ที่สุดของอิหร่านในเขตอัสซาลูเยห์ของจังหวัดบูเชห์รเมื่อวันจันทร์ (6 เม.ย.) ซึ่งอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ระบุว่าที่นี่ครองส่วนแบ่งการผลิตปิโตรเคมีภัณฑ์ของอิหร่านราวร้อยละ 50
นอกจากนั้นกองกำลังฯ อ้างว่าโรงงานแห่งนี้ผลิตและส่งออกสารเคมีให้กองทัพอิหร่าน และยังเป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่าน โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถของอิหร่านในการใช้วัสดุเหล่านี้ผลิตอาวุธ
ด้านเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่าการทำลายโรงงานดังกล่าวหมายความว่าอิสราเอลกำลังทำลายเครื่องจักรผลิตเงินของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)
อนึ่ง การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำคำขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของอิหร่าน หากอิหร่านจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสื่อท้องถิ่นอิหร่านรายงานเหตุระเบิดที่โรงงานปิโตรเคมีทั้งสองแห่ง แต่ระบุว่าสถานการณ์ "อยู่ภายใต้การควบคุม" และยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย