
(แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศภายนอกศูนย์ศิลปะไครสต์เชิร์ชในใจกลางเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ วันที่ 24 พ.ค. 2024)
เวลลิงตัน, 19 มี.ค. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) คริสโตเฟอร์ ลูซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก และรัฐบาลนิวซีแลนด์กำลังพิจารณายกระดับมาตรการรับมือในสัปดาห์หน้า
ลูซอนกล่าวชื่นชมประชาชนชาวนิวซีแลนด์ที่ไม่แห่ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงกันอย่างตื่นตระหนกเกินไป แม้มีผู้ขับขี่ยานยนต์ในนิวซีแลนด์พากันเข้าคิวเติมเชื้อเพลิงตามสถานีบริการหลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น โดยลูซอนระบุว่าตอนนี้อุปทานเชื้อเพลิงของนิวซีแลนด์ยังคงเพียงพอ
ด้านนิโคลา วิลลิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนิวซีแลนด์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่ารัฐบาลนิวซีแลนด์จะรายงานสถานการณ์เชื้อเพลิงของประเทศสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เริ่มต้นตั้งแต่วันจันทร์ (23 มี.ค.) และปัจจุบันนิวซีแลนด์มีเชื้อเพลิงสำรองแบ่งเป็นน้ำมันเบนซิน 41.3 วัน น้ำมันดีเซล 47 วัน และน้ำมันเครื่องบิน 49 วัน
ขณะที่เชน โจนส์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่านิวซีแลนด์จะปล่อยน้ำมันสู่ตลาด ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบ 1.577 ล้านบาร์เรลหรือเทียบเท่า เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันของปฏิบัติการร่วมแห่งองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)
ปฏิบัติการร่วมดังกล่าวกำหนดว่าสมาชิกองค์การฯ ได้ตกลงจะปล่อยน้ำมันดิบมากถึง 400 ล้านบาร์เรลหรือเทียบเท่าสู่ตลาดโลก เพื่อรับมือกับปัญหาด้านอุปทานน้ำมันที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยโจนส์ระบุว่าแผนการปล่อยน้ำมันสู่ตลาดข้างต้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเชื้อเพลิงภายในนิวซีแลนด์เพียงเล็กน้อย