เมลเบิร์น, 5 ส.ค. (ซินหัว) -- ผลการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยดีคินของออสเตรเลียพบว่าการเปลี่ยนกิจกรรมจากนั่งเฉยๆ อยู่กับที่ (passive sitting) เช่น การดูโทรทัศน์ มาเป็นกิจกรรมที่ใช้ความคิดมากขึ้นอย่างเช่นการอ่านหนังสือหรือการถักไหมพรม อาจช่วยลดความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมเมื่อมีอายุมากขึ้นได้
ศาสตราจารย์เดวิด ดันสแตน ผู้ร่วมเขียนการศึกษาและหัวหน้าภาควิชาวิถีชีวิตและโรคเบาหวาน จากมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่าผลการศึกษานี้อาจเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางด้านสาธารณสุขและกลยุทธ์การป้องกันเพื่อลดภาวะสมองเสื่อมได้ โดยพฤติกรรมนั่งเฉยๆ อยู่กับที่แต่ว่ามีการใช้ความคิด ทั้งการอ่านหนังสือ การทำงานในสำนักงาน หรือการถักไหมพรม มีแนวโน้มช่วยปกป้องภาวะสมองเสื่อมได้ ขณะที่กิจกรรมแบบนั่งเฉยปล่อยใจ เช่น การดูโทรทัศน์ การฟังเพลง หรือการแช่อ่างอาบน้ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม ซึ่งแม้การนั่งจะเป็นกิจกรรมที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว แต่เรายังคงใช้สมองได้ ซึ่งอาจช่วยชดเชยผลเสียบางส่วนที่เกิดจากการนั่ง
คณะนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มผู้ใหญ่ในสวีเดน 20,811 คน อายุระหว่าง 35-64 ปี ซึ่งได้รับการติดตามเป็นระยะเวลา 19 ปี โดยการสำรวจข้อมูลตั้งต้นครอบคลุมพฤติกรรมการนั่งอยู่เฉยๆ การเคลื่อนไหวร่างกาย และพฤติกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม ส่วนการระบุผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมอาศัยข้อมูลจากทะเบียนผู้ป่วยและทะเบียนการเสียชีวิตระดับประเทศ
ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารอเมริกัน เจอร์นัล ออฟ พรีเวนทีฟ เมดิซีน ยังพบว่าผู้คนไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องนั่งเฉยๆ อย่างการดูโทรทัศน์ไปโดยสิ้นเชิง ตราบใดที่ในแต่ละวันมีกิจกรรมช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองในปริมาณที่เทียบเท่ากัน

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้หญิงคนหนึ่งเลือกหนังสือที่ร้านหนังสือแห่งหนึ่งในเมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 20 เม.ย. 2026)