ซิดนีย์, 16 ก.ค. (ซินหัว) -- ผลการศึกษาที่นำโดยมหาวิทยาลัยเคอร์ติน (Curtin University) ของออสเตรเลียพบว่าสุขภาพกล้ามเนื้ออาจมีบทบาทเชื่อมโยงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ควบคู่กับน้ำหนักตัวและความอ้วน โดยพบว่าผู้ที่มีทั้งไขมันส่วนเกินและสุขภาพกล้ามเนื้ออ่อนแอ หรือที่เรียกกันว่า "ภาวะอ้วนกล้ามเนื้อฝ่อ" (sarcopenic obesity) มีความเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าผู้ที่มีองค์ประกอบร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติมากกว่า 3.5 เท่า
การศึกษาดังกล่าวได้วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของผู้ใหญ่เกือบ 4.8 แสนคน เป็นระยะเวลา 14 ปี โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมดไม่มีใครป่วยเป็นโรคเบาหวานเลยช่วงเริ่มต้นการศึกษา และพบว่าผู้ที่มีภาวะอ้วนกล้ามเนื้อฝ่อนั้นมีความเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สูงกว่าผู้ที่มีภาวะอ้วนเพียงอย่างเดียวร้อยละ 19 และสูงกว่าผู้ที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อฝ่อเพียงอย่างเดียวร้อยละ 91
ผลการศึกษาพบว่าภายในระยะเวลา 10 ปี ผู้ที่มีภาวะอ้วนกล้ามเนื้อฝ่อเกือบร้อยละ 15 เริ่มป่วยเป็นโรคเบาหวาน ขณะที่ผู้ที่มีภาวะอ้วนเพียงอย่างเดียวป่วยเป็นโรคเบาหวานราวร้อยละ 11 และผู้ที่ไม่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อพร่องหรือภาวะอ้วนเลยอยู่ที่ราวร้อยละ 3
ผู้เขียนหลักของการศึกษาระบุว่าคนส่วนใหญ่ทราบดีว่าการมีน้ำหนักตัวเกิน สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ แต่ผลการศึกษาครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่าสุขภาพกล้ามเนื้อถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ ทั้งยังท้าทายความเข้าใจทั่วไปที่มองว่าความเสี่ยงโรคเบาหวานนั้นมีสาเหตุหลักมาจากน้ำหนักตัว และชี้ให้เห็นว่าสุขภาพของกล้ามเนื้อเป็นปัจจัยหลัก และความเชื่อมโยงนี้พบได้ชัดเจนที่สุดในกลุ่มผู้หญิงและผู้ใหญ่ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี
คณะนักวิจัยทิ้งท้ายว่าการรักษากล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2
อนึ่ง การศึกษาดังกล่าวเผยแพร่ในวารสารไดอะบีทิส แคร์ (Diabetes Care)

(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวบริเวณชายหาดคอตเทสโลว์ในเมืองเพิร์ธของออสเตรเลีย วันที่ 16 มี.ค. 2026)