ซิดนีย์, 1 ก.ค. (ซินหัว) -- คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ออสเตรเลียในออสเตรเลียค้นพบว่าระดับไขมันในช่องท้องที่สูงขึ้นเชื่อมโยงกับการเสื่อมสภาพทางชีวภาพและการเสื่อมสภาพในระดับเซลล์ที่เร็วขึ้นในกลุ่มผู้ใหญ่วัยกลางคน และอาจส่งผลต่อกระบวนการชราภาพมากกว่าเป็นเพียงตัวชี้วัดโรคอ้วนทั่วไป
การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารโอบิสิตี (Obesity) ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมเกือบ 4,800 คน อายุระหว่าง 45-69 ปี และพบว่าไขมันในช่องท้องที่มากขึ้นสัมพันธ์กับการแก่ตัวทางชีวภาพที่เร็วขึ้นทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันในร่างกายโดยรวม ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และปัจจัยจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ปริมาณไขมันในช่องท้องที่สูงขึ้นในผู้หญิงยังสัมพันธ์กับความยาวของเทโลเมียร์ (telomere) ที่สั้นลง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเสื่อมสภาพของเซลล์
จูคุน รองศาสตราจารย์วุฒิคุณประจำมหาวิทยาลัยฯ และผู้ร่วมเขียนงานวิจัย กล่าวว่าไขมันในช่องท้องมีการทำงานของระบบเผาผลาญสูง โดยจะหลั่งโปรตีนที่กระตุ้นการอักเสบหลายชนิด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการอักเสบและภาวะเครียดของระบบเผาผลาญในร่างกาย
ผลการศึกษาเน้นย้ำความสำคัญของการลดไขมันหน้าท้องเพื่อส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีสุขภาวะ โดยไขมันในช่องท้องสามารถวัดได้โดยใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเข้าร่วมเทศกาลอาหารฤดูหนาวในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 24 มิ.ย. 2023)