
(แฟ้มภาพซินหัว : คนนั่งพักที่ม้านั่งในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 18 พ.ค. 2026)
ซิดนีย์, 22 พ.ค. (ซินหัว) -- วันศุกร์ (22 พ.ค.) มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียเปิดเผยผลการศึกษาที่จัดทำร่วมกับศูนย์วิจัยสุขภาพจิตควีนส์แลนด์ และมหาวิทยาลัยวอชิงตันของสหรัฐฯ ซึ่งพบว่าความผิดปกติทางจิตได้แซงหน้ามะเร็งและโรคหัวใจและหลอดเลือดขึ้นเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของภาวะทุพพลภาพทั่วโลก โดยมีประชาชนมีความผิดปกติทางจิตอยู่ทั่วโลกเกือบ 1.2 พันล้านคนในปี 2023 เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปี 1990
รองศาสตราจารย์ เดเมียน ซานโตมาอูโร จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ สังกัดมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ กล่าวว่าภาระความผิดปกติทางจิตพุ่งแตะระดับสูงสุดในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-19 ปี และผู้หญิงมีอัตราความผิดปกติทางจิตสูงกว่าผู้ชาย
การวิจัยนี้ตรวจสอบภาระทางสุขภาพ 12 ประการ อาทิ วิตกกังวล ซึมเศร้า ไบโพลาร์หรืออารมณ์สองขั้ว จิตเภท ออทิสติก สมาธิสั้น และการรับประทานผิดปกติ พร้อมติดตามแนวโน้มทั่วโลกระหว่างปี 1990-2023 โดยคณะนักวิจัยใช้ตัวชี้วัดการสูญเสียปีสุขภาวะ (DALY) มาวิเคราะห์ภาระความผิดปกติทางจิต ซึ่งการสูญเสียปีสุขภาวะหนึ่งปีเท่ากับการสูญเสียปีสุขภาพดีหนึ่งปี โดยความผิดปกติทางจิตเป็นสาเหตุอันดับ 5 ของการสูญเสียปีสุขภาวะในปี 2023 เพิ่มขึ้นจากอันดับ 12 ในปี 1990 ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของการวิตกกังวลและความซึมเศร้า
ทั้งนี้ คณะนักวิจัยระบุว่ามีหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งการทารุณกรรมเด็ก ความรุนแรงในครอบครัว พันธุกรรม ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาดใหญ่ ความขัดแย้ง รวมถึงคุณภาพและความพร้อมของข้อมูล