
(แฟ้มภาพซินหัว : บัณฑิตโยนหมวกหลังพิธีสำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเปิดซินเจียงสำหรับผู้สูงอายุในเมืองอุรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 27 มิ.ย. 2025)
เซี่ยงไฮ้, 26 ก.พ. (ซินหัว) -- กลุ่มผู้เกษียณอายุชาวจีนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังนิยามคำว่าวัยทองของตนใหม่ โดยเฉพาะคนที่เกิดช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ซึ่งแทนที่จะใช้เวลาหลังเกษียณไปกับการเลี้ยงหลานหรือทำกิจกรรมในชุมชน พวกเขากลับเลือกสะพายกระเป๋าเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศเพื่อเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะนักเรียนอีกครั้ง แนวโน้มนี้สะท้อนถึงการแสวงหาความเติมเต็มทางจิตใจ รวมถึงการตระหนักรู้และมุ่งพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เต็มที่ในกลุ่มผู้สูงวัยยุคใหม่ ทั้งยังท้าทายทัศนคติทางสังคม ระบบบริการของตลาด และนโยบายสาธารณะที่มีอยู่เดิม
จื้อเหวินลี่ วัย 56 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ด้านสื่ออาวุโสและผู้ก่อตั้งสถาบันการศึกษานานาชาติ บอกเล่าว่าร่างกายและจิตใจของเธอไม่ได้รู้สึกแก่เลยตอนที่เกษียณ แต่จังหวะชีวิตที่คุ้นเคยกลับหยุดลงกะทันหัน ทำให้รู้สึกเหมือนขาดเป้าหมายในชีวิตไป เธอลองไปเยือนมหาวิทยาลัยผู้สูงอายุหลายแห่งในจีน และพบว่าเนื้อหาหลักสูตรมักหยุดอยู่ในระดับพื้นฐาน และเน้นการเลียนแบบตามแบบแผนมากกว่าความคิดสร้างสรรค์
จุดเปลี่ยนสำหรับจื้อคือคืนวันคริสต์มาสอีฟ ปี 2024 จื้อเล่าเรื่องแนวคิดเกี่ยวกับคนวัยเกษียณที่สมัครเรียนต่อต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น และกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างคาดไม่ถึง โดยในไลฟ์ครั้งถัดมามีผู้ร่วมชมราว 2,000-3,000 คนที่ต่างสงสัยและให้ความสนใจ ทำให้จื้อรู้ว่าประสบการณ์และทรัพยากรด้านการศึกษานานาชาติที่ตนสั่งสมมาหลายสิบปีสามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้
จื้อก่อตั้งชมรมเรียนต่อต่างประเทศ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นชมรมการเรียนรู้วัยผู้ใหญ่ เธอคอยเชื่อมโยงผู้ที่เกิดระหว่างปี 1955-1979 เข้ากับทรัพยากรการศึกษาทั้งในจีนและต่างประเทศ ทว่าเส้นทางบุกเบิกในช่วงแรกไม่ได้ราบรื่นนัก เนื่องจากหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องหรือหลักสูตรปริญญาสำหรับผู้ที่มีอายุกว่า 50 ปีนั้นแทบไม่มีอยู่เลย
จื้อตัดสินใจหันไปมองหาการเรียนในต่างประเทศ แม้ว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งในต่างประเทศจะไม่มีข้อจำกัดด้านอายุอย่างชัดเจน แต่การรับกลุ่มนักศึกษาผู้สูงวัยจากจีนอย่างเป็นระบบถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งสองฝ่ายจึงต้องหารือกันหลายครั้งในรายละเอียดต่างๆ เช่น ความยากของหลักสูตร การสนับสนุนด้านภาษา การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า และแม้กระทั่งมาตรฐานที่พัก
บรรดาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่ากลุ่มคนรุ่นนี้ที่มุ่งศึกษาต่อต่างประเทศมักมีลักษณะร่วมกัน คือมีฐานะการเงินมั่นคงและประสบการณ์ชีวิตกว้างขวาง แต่ทักษะภาษาต่างประเทศอาจไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม ขณะที่เป้าหมายการเรียนรู้ก็เฉพาะเจาะจงและหลากหลาย
ทั้งนี้ ภาคตลาดเริ่มมีการปรับตัวเพื่อตอบรับความต้องการรูปแบบใหม่ โดยโรงเรียนสอนภาษาและสถาบันการศึกษาบางแห่งเริ่มเปิดหลักสูตรที่ผ่อนปรนมากขึ้น ออกแบบเวิร์กช็อปและกิจกรรมเยี่ยมชมที่ผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายด้านการจัดการ
เผิงซีเจ๋อ ผู้อำนวยการสถาบันผู้สูงวัยแห่งมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น เปิดเผยว่าส่วนใหญ่แล้วผู้สูงวัยกลุ่มนี้คือประชากรกลุ่มเบบี บูมเมอร์ (Baby Boomer) ที่เติบโตมาพร้อมกับการปฏิรูปและเปิดกว้างของจีน พวกเขามีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น มีการศึกษาดีขึ้น และมีมุมมองชีวิตที่หลากหลายกว่าคนรุ่นก่อน พร้อมเสริมว่าเมื่ออายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และผู้คนอาจมีช่วงชีวิตที่แข็งแรงยาวนานอีก 20-30 ปีหลังเกษียณ รูปแบบการวางแผนชีวิตสามช่วงแบบดั้งเดิม ได้แก่ การเรียน การทำงาน และเกษียณ อาจต้องมีการทบทวนและปรับโครงสร้างใหม่