แคนเบอร์รา, 3 พ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.) สภาข้อมูลความปลอดภัยทางอาหารของออสเตรเลียรายงานว่าชาวออสเตรเลียราวร้อยละ 60 บริโภคปลาดิบหรืออาหารทะเลดิบ ซึ่งร้อยละ 17 ในจำนวนนี้รับประทานเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทำให้คณะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอาหารออกมาเตือนความเสี่ยงโรคอาหารเป็นพิษและพยาธิ
รายงานระบุว่าการบริโภคอาหารทะเลดิบเมนูต่างๆ เช่น ซูชิ ซาชิมิ และเซบิเช อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางอาหาร รวมถึงอันตรายจากพยาธิ โดยจูเลียน ค็อกซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของสภาฯ เผยว่าปลาดิบอาจเป็นแหล่งพยาธิและแบคทีเรียอันตราย ส่วนเครื่องปรุงอย่างน้ำส้มสายชู น้ำมะนาว หรือเกลือ ไม่สามารถฆ่าพยาธิในระยะติดเชื้อ ทำลายสารพิษ หรือกำจัดเชื้อโรคได้
ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 18 ปรุงเมนูปลาดิบโดยใช้ปลาที่ซื้อมา ขณะที่ร้อยละ 5 ใช้ปลาที่จับได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้อีกร้อยละ 4 ซื้อเมนูปลาดิบปรุงสำเร็จผ่านผู้จัดจำหน่ายบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามมาตรฐาน
ค็อกซ์เตือนว่าหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคเมนูปลาดิบ กุ้งปรุงสดแบบเย็น และปลารมควันแบบเย็น เพราะเสี่ยงโรคติดเชื้อลิสทีเรีย (Listeria) ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตได้
ส่วนผู้บริโภคที่จัดเตรียมปลาดิบเพื่อรับประทานควรจัดหาปลาจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลาผ่านการจัดการและการแช่แข็งอย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมและกำจัดพยาธิ ส่วนปลาที่จับได้เองจากการตกปลาเพื่อการนันทนาการนั้นควรนำไปปรุงให้สุกอย่างทั่วถึงก่อนรับประทาน
อนึ่ง การสำรวจทางออนไลน์ดังกล่าวจัดทำขึ้นในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามชาวออสเตรเลียอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,239 คน ระหว่างวันที่ 26-31 ส.ค. ที่ผ่านมา

(แฟ้มภาพซินหัว : ปลาสดที่งานแสดงสินค้าเกษตรมอลตา 2026 ในมอลตา วันที่ 18 เม.ย. 2026)
