นิวเดลี, 3 พ.ย. (ซินหัว) -- เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจากสำนักจัดการภัยพิบัติของอินเดียยืนยันว่าพายุไซโคลน "มูราซู" (Murasu) ซึ่งมีความเร็วลมสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของอินเดียช่วงเช้ามืดวันอังคาร (3 พ.ย.) โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอยู่ในรัฐอานธรประเทศทางตอนใต้ นับเป็นพายุไซโคลนลูกที่ 2 ในรอบสัปดาห์ที่พัดถล่มแถบชายฝั่งของอินเดีย ต่อจากพายุไซโคลน "อาร์นับ" (Arnab) ที่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วกว่า 10 รายในรัฐอานธรประเทศและรัฐโอดิชา
สื่อท้องถิ่นรายงานว่าหลายเขตในรัฐอานธรประเทศเผชิญฝนตกหนักท่ามกลางลมกระโชกแรงจากอิทธิพลของพายุไซโคลนมูราซู ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพันคนในพื้นที่แม้ทางการจะมีคำสั่งให้ประชาชนอยู่ภายในอาคาร อีกทั้งมีรายงานต้นไม้จำนวนมากถูกกระแสลมพัดโค่นล้ม ทว่าปัจจุบันยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต และการจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ได้รับผลกระทบยังเป็นปกติ รายงานระบุว่าเที่ยวบินมากกว่า 20 เที่ยว ซึ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 2เที่ยว ถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางจากท่าอากาศยานหลายแห่งในรัฐอานธรประเทศและรัฐทมิฬนาฑูที่อยู่ใกล้เคียง เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายจากอิทธิพลของพายุไซโคลน

(แฟ้มภาพซินหัว : ถนนสายหนึ่งในกรุงนิวเดลีของอินเดีย วันที่ 21 ส.ค. 2025)