กาฐมาณฑุ, 30 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะของเนปาลรายงานว่าหนี้สาธารณะของเนปาลพุ่งสูงกว่า 3 ล้านล้านรูปีเนปาล (ราว 6.63 แสนล้านบาท) เป็นครั้งแรก สะท้อนถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากเนปาลต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินทั้งจากภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภายหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงเมื่อปี 2015 และการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)
ข้อมูลสถิติล่าสุดจากสำนักงานฯ ระบุว่าตัวเลขหนี้สาธารณะ 3.009 ล้านล้านรูปีเนปาล (ราว 6.65 แสนล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 45.59 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยประกอบด้วยหนี้ต่างประเทศร้อยละ 53.13 และหนี้ภายในประเทศอีกร้อยละ 46.87 เมื่อนับถึงสิ้นไตรมาสแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน (2026/2027) ซึ่งเริ่มขึ้นช่วงกลางเดือนกรกฎาคม
เมื่อปีงบประมาณ 2016-2017 เนปาลมีหนี้สาธารณะเพียง 6.97 แสนล้านรูปีเนปาล (ราว 1.54 แสนล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 26.84 ของจีดีพีในขณะนั้น ทว่าหลังจากที่เนปาลต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินสาธารณะเพื่อใช้เป็นงบประมาณในการฟื้นฟูบูรณะหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ส่งผลให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงกว่าระดับ 1 ล้านล้านรูปี (ราว 2.21 แสนล้านบาท) เป็นครั้งแรกในปีงบประมาณ 2018-2019 และยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีถัดๆ มา
รายงานแนวโน้มการพัฒนาในเอเชีย ปี 2026 ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกันยายน ระบุว่าหนี้สาธารณะของเนปาลมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีกในปีงบประมาณ 2026-2027 เนื่องจากรัฐบาลจำเป็นต้องระดมทรัพยากรการเงินเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้ในภารกิจฟื้นฟูบูรณะและการเยียวยาหลังประสบอุทกภัยครั้งรุนแรงเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา

(แฟ้มภาพซินหัว : เจดีย์โพธินาถในกรุงกาฐมาณฑุของเนปาล วันที่ 1 พ.ค. 2026)