สหประชาชาติ, 27 ต.ค. (ซินหัว) -- รายงานจากคณะกรรมการอิสระระหว่างประเทศของสหประชาชาติว่าด้วยการสอบสวนดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง รวมถึงเยรูซาเลมตะวันออกและอิสราเอล ระบุว่าอิสราเอลได้ก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ทั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การข่มเหง การทรมาน การข่มขืน และความรุนแรงทางเพศรูปแบบอื่นๆ โดยจงใจมุ่งเป้าไปยังพลเรือนชาวปาเลสไตน์ ขณะก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซาอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่าสถานการณ์ในเขตเวสต์แบงก์เลวร้ายลงอย่างมากตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2023 โดยชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์กำลังตกเป็นเป้าหมายจากเหตุแห่งสัญชาติ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ เพศ และอายุ ขณะสถานการณ์ในกาซาเผชิญการกระทำที่เข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยหน่วยงานทางการและกองกำลังของอิสราเอล แม้มีการทำข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม ซึ่งมีเจตนาล้างบางชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดหรือบางส่วน
ทั้งนี้ รายงานสรุปว่าอิสราเอลได้พยายามขยายดินแดนและขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่ผ่านการใช้ความรุนแรงมาตั้งแต่สงครามปี 1947-48 และคณะกรรมการฯ เสนอข้อแนะนำหลายประการต่อประเทศที่เกี่ยวข้องและประชาคมระหว่างประเทศ
อิสราเอลควรปฏิบัติตามความเห็นเชิงแนะนำของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 และยุติการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์อย่างมิชอบด้วยกฎหมายโดยทันที พร้อมถอนผู้ตั้งถิ่นฐานและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกไป โดยอิสราเอลควรยุติและแก้ไขการยึดและครอบครองทรัพย์สินของชาวปาเลสไตน์ รวมถึงการสงวนที่ดินของชาวปาเลสไตน์ไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร และคืนที่ดินทั้งหมดที่ยึดไปแก่เจ้าของชาวปาเลสไตน์

(แฟ้มภาพซินหัว : ชาวปาเลสไตน์ผู้พลัดถิ่นคนหนึ่งปั่นจักรยานผ่านซากปรักหักพังในค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลียทางตอนเหนือของฉนวนกาซา วันที่ 14 ต.ค. 2026)