ซิดนีย์, 19 ต.ค. (ซินหัว) -- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ของออสเตรเลียเปิดเผยว่าคณะนักวิจัยในออสเตรเลียพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถวิเคราะห์ดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อระบุปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก ซึ่งช่วยปูทางสู่การประเมินความเสี่ยงและการป้องกันโรคที่ตรงจุดและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น
การศึกษาได้ระบุรูปแบบการแปรผันทางพันธุกรรม 18 แบบที่เชื่อมโยงกับภาวะสมองขาดเลือด ซึ่งเป็นชนิดย่อยของโรคหลอดเลือดสมองที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทางพันธุกรรมสูงสุดมีโอกาสป่วยโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าผู้ที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำกว่าถึงร้อยละ 22
คณะนักวิจัยใช้ปัญญาประดิษฐ์ประเภททรานส์ฟอร์เมอร์ (transformer) เพื่อฝึกฝนโมเดลด้วยข้อมูลความผันแปรทางพันธุกรรมหลายพันรูปแบบ และระบุความเชื่อมโยงกับภาวะหลอดเลือดสมองขาดเลือด โดยทดสอบโมเดลด้วยข้อมูลทางพันธุกรรมและสุขภาพจากธนาคารข้อมูลชีวภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UK Biobank) และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งผลปรากฏว่าโมเดลนี้สามารถจำแนกระหว่างผู้ที่เคยป่วยโรคหลอดเลือดสมองกับผู้ที่ไม่เคยป่วยได้แม่นยำกว่าเครื่องมือประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมรุ่นก่อนๆ
นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่ายีนอีดีอีเอ็ม2 (EDEM2) ในส่วนเปลือกสมอง มีบทบาทสำคัญต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งส่งมอบแนวทางสำหรับการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อไป
ขณะนี้คณะนักวิจัยกำลังพัฒนาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์แบบหลายรูปแบบ (multimodal AI) ที่ผสานการประเมินข้อมูลทางพันธุกรรมเข้ากับข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น แบบสำรวจสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ตลอดจนผลการสแกนและภาพถ่ายทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคอื่นๆ

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 8 พ.ค. 2026)
