
(แฟ้มภาพซินหัว : นักศึกษานั่งพักผ่อนภายในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิสในนครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ วันที่ 23 ก.ย. 2021)
ซานฟรานซิสโก, 15 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) อัยการสูงสุดจาก 8 รัฐของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องโอเพนเอไอ (OpenAI) ผู้พัฒนาแชตจีพีที (ChatGPT) โดยกล่าวหาว่าแชตบอตแชตจีพีทีทำให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงอันตราย และบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ซึ่งรัฐที่เข้าร่วมฟ้อง ได้แก่ ไอโอวา แคนซัส เนบราสกา เวสต์เวอร์จิเนีย อาร์คันซอ อาริโซนา ไอดาโฮ และมอนแทนา และแต่ละรัฐยื่นฟ้องแยกกันในศาลของตน
ถ้อยแถลงจากอัยการสูงสุดประจำรัฐต่างๆ และเอกสารที่ยื่นต่อศาลระบุว่าโอเพนเอไอออกแบบแชตจีพีทีให้เอาอกเอาใจและเห็นด้วยกับผู้ใช้มากเกินไป และจำลองความเห็นอกเห็นใจแบบมนุษย์ ซึ่งยิ่งส่งเสริมให้ผู้ใช้ไว้วางใจแชตบอตและใช้เวลาพูดคุยกับระบบมากขึ้น ทว่าแชตจีพีทีอาจส่งเสริมความคิดหลงผิด ให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่เป็นอันตราย และบางกรณีอาจกระตุ้นให้ผู้ใช้งานทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
คำฟ้องดังกล่าวเรียกร้องให้ศาลมีคำสั่งให้โอเพนเอไอปรับปรุงการทำงานของแชตจีพีทีและเพิ่มมาตรการคุ้มครองผู้ใช้งาน กำหนดบทลงโทษทางแพ่งและชดใช้ค่าเสียหาย รวมทั้งจำกัดการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถพัฒนาปรับปรุงตนเองได้ เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าโมเดลดังกล่าวสอดคล้องกับค่านิยมของมนุษย์
ดรูว์ ปูซาเตรี โฆษกของโอเพนเอไอ กล่าวว่าบริษัทได้ใช้มาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละช่วงวัยแล้ว ซึ่งรวมถึงระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง การแจ้งเตือนให้หยุดพัก และมาตรการป้องกันของโมเดลที่เหมาะสมกับอายุของผู้ใช้งาน พร้อมระบุว่าบริษัทจะเดินหน้าทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อยกระดับมาตรการป้องกัน และร่วมมือกับรัฐต่างๆ ในการพัฒนานโยบายปัญญาประดิษฐ์ที่จะนำไปใช้กับอุตสาหกรรมในวงกว้าง
การดำเนินการทางกฎหมายร่วมกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอัยการสูงสุดของรัฐฟลอริดายื่นฟ้องโอเพนเอไอเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องมาจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับแชตจีพีที