เวียงจันทน์, 12 ต.ค. (ซินหัว) -- มะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของลาว กล่าวระหว่างการประชุมสามัญ ครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติ ชุดที่ 10 ว่ารัฐบาลลาวตั้งเป้าหมายให้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ครองสัดส่วนอย่างน้อยร้อยละ 30 ของยานพาหนะทั้งหมดภายในปี 2030 เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ลดค่าใช้จ่ายนำเข้าเชื้อเพลิง และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไฟฟ้าภายในประเทศมากขึ้น
รายงานระบุว่าปริมาณการนำเข้ายานยนต์ของลาว ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมของปี 2026 อยู่ที่ 37,475 คัน ซึ่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 8,330 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 107 เมื่อเทียบปีต่อปี และยานยนต์ไฮบริด 2,804 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 114 ทำให้ยานยนต์พลังงานใหม่ทั้งสองประเภทครองสัดส่วนรวมร้อยละ 29.7 ของยานยนต์นำเข้าทั้งหมด
นอกจากนั้นลาวขยายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการ 43 ราย และจัดตั้งจุดชาร์จ 200 แห่งทั่วประเทศ ด้านธนาคารกลางลาวส่งเสริมการใช้ระบบธนาคารในการซื้อยานยนต์ และออกตราสารหนี้สีเขียวเป็นโครงการนำร่องเพื่อระดมทุนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของยานยนต์ไฟฟ้า
ทั้งนี้ กระทรวงฯ กำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อบรรลุเป้าหมายปี 2030 ซึ่งรวมถึงการมียานยนต์ไฟฟ้าสี่ล้อราว 222,784 คัน และสถานีชาร์จสาธารณะ 1,307 แห่ง
หน่วยงานการไฟฟ้าของลาวได้ศึกษาข้อเสนอปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยสำหรับสถานีชาร์จลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ทั่วไป พร้อมพัฒนาระบบกำหนดค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาใช้งาน เพื่อเสนออัตราค่าไฟฟ้าที่ต่ำลงในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อย
ขณะเดียวกันรัฐบาลลาวกำลังส่งเสริมธนาคารพาณิชย์เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษและระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวนานขึ้นสำหรับสินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงวางแผนเปลี่ยนยานยนต์ของหน่วยงานรัฐบาลที่จัดซื้อใหม่ให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด พร้อมสนับสนุนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
ด้านกระทรวงศึกษาธิการและกีฬาของลาวอนุมัติหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพด้านการซ่อมยานยนต์ไฟฟ้าและจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเทคนิคเฉพาะทาง เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะสำหรับการบำรุงรักษาและซ่อมแซมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านในระยะยาว

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนที่สวนสาธารณะประตูไซในนครหลวงเวียงจันทน์ของลาว วันที่ 6 มี.ค. 2025)