พนมเปญ, 7 ต.ค. (ซินหัว) -- วันพุธ (7 ต.ค.) ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดเผยว่ารัฐบาลกัมพูชาได้อัดฉีดเงินอุดหนุนเกือบ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.68 หมื่นล้านบาท) เพื่อบรรเทาผลกระทบภายในประเทศจากภาวะราคาเชื้อเพลิงทั่วโลกพุ่งสูง ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ฮุนมาเนตเผยว่ารัฐบาลกัมพูชาจัดสรรความช่วยเหลือทางการเงินผ่านเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้าโดยตรงควบคู่กับมาตรการลดหย่อนภาษีแบบมุ่งเป้า รวมถึงการลดภาษีนำเข้าและภาษีน้ำมันและก๊าซ และลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เตาไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์
กระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชาระบุว่าราคาค้าปลีกน้ำมันเบนซินในกัมพูชาอยู่ที่ 5,150 เรียล (ราว 43 บาท) ต่อลิตรในวันพุธ (7 ต.ค.) เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.7 เมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 5,650 เรียล (ราว 47 บาท) ต่อลิตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.7
ทอง เมงเดวิด รองผู้อำนวยการศูนย์จีน-อาเซียนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์กัมพูชา กล่าวว่าต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและการผลิตในท้องถิ่นปรับตัวสูงขึ้นโดยตรง แนวโน้มนี้ผลักดันอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศและบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสินค้าประเภทอาหารและสินค้าเกษตร โดยเงินอุดหนุนเหล่านี้จากภาครัฐเปรียบเสมือนเบาะรองทางการคลังที่สำคัญ ซึ่งช่วยสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาวและการเติบโตของประเทศ
ทั้งนี้ กัมพูชาพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันปิโตรเลียมและน้ำมันดีเซลทั้งหมด เนื่องจากยังไม่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันดิบนอกชายฝั่งของประเทศ

(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวรอชมดวงอาทิตย์ขึ้นที่หมู่ปราสาทนครวัดในจังหวัดเสียมราฐของกัมพูชา วันที่ 22 มี.ค. 2026)