
(แฟ้มภาพซินหัว : นักเรียนในเมืองซิดนีย์ของออสเตรเลีย วันที่ 25 พ.ค. 2020)
แคนเบอร์รา, 2 ต.ค. (ซินหัว) -- วันศุกร์ (2 ต.ค.) จูลี อินแมน แกรนต์ กรรมการความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ของออสเตรเลีย เผยแพร่รายงานระบุว่าผู้ให้บริการเกมแต่ละราย อาทิ โรบล็อกซ์ (Roblox) ฟอร์ตไนต์ (Fortnite) ไมน์คราฟต์ (Minecraft) และสตีม (Steam) มีแนวทางไม่สอดคล้องกันในการป้องกันเด็กเข้าถึงเกมที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมเรียกร้องกลุ่มผู้ให้บริการเหล่านี้ยกระดับมาตรการป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก
รายงานเตือนว่าเกมที่มีความเสี่ยงสูงอาจสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก หรือกิจกรรมที่ส่งเสริมอาชญากรรมและความรุนแรง
อินแมน แกรนต์กล่าวว่าเด็กออสเตรเลียมีสิทธิเล่นเกมออนไลน์โดยไม่ต้องเผชิญกับกลุ่มคนล่อลวงทางเพศ ผู้ข่มขู่กรรโชกทางเพศ เนื้อหาจากกลุ่มหัวรุนแรงและแนวคิดสุดโต่ง หรือเนื้อหาอันตรายอื่นๆ ผู้ให้บริการเกมจึงต้องดำเนินมาตรการความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบที่สามารถตรวจจับและสกัดกั้นอันตรายร้ายแรงเพื่อปกป้องเยาวชน
รายงานระบุว่าผู้ให้บริการเกมฟอร์ตไนต์และไมน์คราฟต์มีมาตรการคุ้มครองสำหรับบัญชีผู้ใช้ที่เป็นเด็ก แต่โดยทั่วไปแล้วจะอ้างอิงข้อมูลอายุที่ผู้ใช้ระบุไว้เอง ซึ่งเปิดช่องให้ผู้ที่ระบุว่าตนเป็นผู้ใหญ่ สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบอายุเพิ่มเติม
ขณะที่วาล์ว (Valve) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสตีม ไม่ได้ใช้เครื่องมือเพื่อตรวจหาอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในบริการส่งข้อความสตีม แชต (Steam Chat) ส่วนโรบล็อกซ์และวาล์วรายงานว่าใช้เพียงชุดข้อมูลภายในองค์กรในการฝึกระบบตรวจจับภาษา และไม่ได้มีการฝึกโมเดลเหล่านั้นซ้ำอย่างสม่ำเสมอ
