เจนีวา, 1 ต.ค. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) ทีมผู้เชี่ยวชาญจากโครงการติดตามธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่าธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์เผชิญปีที่ "เลวร้าย" จากคลื่นความร้อนรุนแรงตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกันยายนและปริมาณหิมะที่ตกน้อยในฤดูหนาว ส่งผลให้ปริมาตรธารน้ำแข็งลดลงมากกว่าร้อยละ 5 ซึ่งถือเป็นการลดลงรายปีครั้งใหญ่เป็นอันดับสองนับตั้งแต่ปี 1950
รายงานระบุว่าระดับความสูงที่อุณหภูมิถึงจุดเยือกแข็ง ขยับขึ้นไปสูงกว่า 4,000 เมตรนานถึง 76 วันในช่วงเดือนดังกล่าว ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยกว่า 2 เท่า และแม้แต่พื้นที่สูง 3,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลก็ไม่มีหิมะหลงเหลืออยู่เมื่อถึงเดือนกันยายน ทำให้ธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์ไม่อาจคงอยู่ได้ในระยะยาวภายใต้สภาวะเช่นนี้
ขณะเดียวกัน ปริมาตรน้ำแข็งในธารน้ำแข็งของสวิตเซอร์แลนด์ลดลงเกือบร้อยละ 20 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ธารน้ำแข็งสูญเสียน้ำรวมราว 2.2 ล้านล้านลิตร ซึ่งมากกว่าปริมาณการใช้น้ำดื่มต่อปีของครัวเรือนทั้งหมดในสวิตเซอร์แลนด์กว่า 4 เท่า

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์แนวเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์จากมุมมองบนภูเขาพิลาตุส วันที่ 19 ม.ค. 2024)