
(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์โตเกียว ทาวเวอร์ และวิวกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 17 พ.ย. 2025)
โตเกียว, 16 ก.ย. (ซินหัว) -- รายงานการสอบสวนจากคณะกรรมการอิสระที่เป็นนักกฎหมายภายนอกของญี่ปุ่นระบุว่าบริษัท ชูบุ อิเล็กทริก พาวเวอร์ (Chubu Electric Power) ของญี่ปุ่นได้ประพฤติมิชอบร้ายแรง ซึ่งรวมถึงการปลอมแปลงข้อมูลแผ่นดินไหวระหว่างกระบวนการตรวจสอบเพื่อกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะในจังหวัดชิซูโอกะ โดยการประเมินแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินจากแผ่นดินไหว 225 รายการ มีรายการต้องสงสัยปลอมแปลงคำอธิบายและปกปิดข้อมูลอย่างน้อย 208 รายการ
รายงานระบุว่าชูบุ อิเล็กทริก ผู้ดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะ ได้บิดเบือนข้อมูลขณะกำหนดค่าสูงสุดของการสั่นสะเทือนของพื้นดินจากแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบขององค์การกํากับควบคุมนิวเคลียร์ (NRA) ของญี่ปุ่นและกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าฯ โดยชูบุ อิเล็กทริก แจ้งองค์การฯ ว่าจัดทำข้อมูลคลื่นไหวสะเทือน 20 ชุด ซึ่งใช้เงื่อนไขการคำนวณที่แตกต่างกัน และคัดเลือกข้อมูลชุดที่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยมากที่สุดเป็น "คลื่นไหวสะเทือนตัวแทน"
อย่างไรก็ดี ความเป็นจริงคือทีมพนักงานของชูบุ อิเล็กทริก ได้คัดเลือกคลื่นไหวสะเทือนเป็น "คลื่นไหวสะเทือนตัวแทน" เป็นการเฉพาะไว้หนึ่งชุดอยู่แล้ว และจึงคัดเลือกคลื่นไหวสะเทือนที่เหลืออีก 19 ชุด เพื่อทำให้ "คลื่นไหวสะเทือนตัวแทน" ดูมีค่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยมากที่สุด
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวที่ดำเนินงานโดยชูบุ อิเล็กทริก โดยเตาปฏิกรณ์ทั้งหมดของที่นี่ถูกสั่งปิดตามคำขอจากรัฐบาลญี่ปุ่นหลังจากเกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะในปี 2011 เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะตั้งอยู่บนพื้นที่ที่อาจเกิดมหาแผ่นดินไหว (megaquake) ร่องลึกนันไกในมหาสมุทรแปซิฟิก
ช่วงปี 2014-2015 ชูบุ อิเล็กทริก ได้ยื่นคำร้องให้องค์การฯ ตรวจสอบว่าเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 และหมายเลข 4 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะผ่านกฎเกณฑ์ความปลอดภัยใหม่ที่เข้มงวดยิ่งขึ้นแล้วหรือไม่ เพื่อกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ทั้งสองตัว
ต่อมาเดือนมกราคม 2026 ชูบุ อิเล็กทริก ยอมรับว่าการประเมินค่าสูงสุดของการสั่นสะเทือนของพื้นดินจากแผ่นดินไหวอาจพัวพันกับการจงใจเลือกข้อมูลที่เอื้อประโยชน์และประเมินความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งกรณีอื้อฉาวนี้นำสู่การเตรียมลาออกของกลุ่มประธานบริษัทภายในสิ้นเดือนกันยายนเพื่อแสดงความรับผิดชอบ รวมถึงยกเลิกการขอกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ด้วย
สื่อท้องถิ่นรายงานว่ากรณีอื้อฉาวนี้อาจปลุกกระแสความวิตกกังวลในหมู่สาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อแผนการฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างมาก ท่ามกลางความพยายามลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล