
(แฟ้มภาพซินหัว : ชาวบ้านเดินลุยน้ำท่วมเพื่อรับถุงยังชีพ หลังเกิดเหตุน้ำท่วมเนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ในจังหวัดปัมปังกาของฟิลิปปินส์ วันที่ 5 ก.ย. 2026)
เจนีวา, 13 ก.ย. (ซินหัว) -- องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุเมื่อวันศุกร์ (11 ก.ย.) ว่าข้อมูลสภาพอากาศล่าสุดชี้ว่า เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนสิงหาคมที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของโลก พร้อมย้ำว่าผลกระทบดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วโลก
เดือนสิงหาคม ซีกโลกเหนือเผชิญกับฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ซีกโลกใต้เผชิญกับฤดูหนาวที่อบอุ่นจนเกือบทำลายสถิติ ขณะเดียวกัน ทั้งภูมิภาคอาร์กติกและแอนตาร์กติกต่างมีพื้นที่ปกคลุมของแผ่นน้ำแข็งในมหาสมุทร (sea ice) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
ยุโรปตะวันตกเผชิญคลื่นความร้อนในเดือนสิงหาคม ต่อเนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดผิดปกติที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทั้งยังมีรายงานภาวะภัยแล้งรุนแรงในฝรั่งเศส ฮังการี โรมาเนีย เซอร์เบีย และสหราชอาณาจักร
พื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกยังเผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งเป็นวงกว้างในเดือนสิงหาคมเช่นกัน โดยบางพื้นที่ประสบภาวะดังกล่าวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะที่กระแสการไหลของน้ำในแม่น้ำสายสำคัญของยุโรป เช่น แม่น้ำไรน์ ดานูบ เซาเทิร์นบัก และนีเปอร์ ลดต่ำลงอย่างผิดปกติ
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกระบุว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดสภาพภูมิอากาศต่างๆ ที่ทุบสถิติในเดือนสิงหาคม พร้อมเสริมว่ารูปแบบสภาพภูมิอากาศเช่นนี้ ส่งผลต่อการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนทั่วโลก ตลอดจนทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในบางประเทศ
ทั้งนี้ ข้อมูลบ่งชี้ว่าเดือนสิงหาคมที่ร้อนที่สุด 10 อันดับแรกเท่าที่มีการบันทึกสถิติมา ล้วนเกิดขึ้นในช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา