
(แฟ้มภาพซินหัว : คนเดินผ่านป้ายการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ในจังหวัดเซบูของฟิลิปปินส์ วันที่ 8 พ.ค. 2026)
สิงคโปร์, 9 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) สภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน ซึ่งมีฐานอยู่ในสิงคโปร์ รายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ครั้งที่ 12 ของสภาฯ ที่ระบุว่าอาเซียนยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสุดในสายตาบริษัทจากสหภาพยุโรป
ร้อยละ 78 ของตัวแทนภาคธุรกิจกลุ่มสำรวจเผยว่าจะทำการค้าและการลงทุนในอาเซียนเพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 71 ในปี 2025 และอาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจมากที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ขณะเดียวกันราวร้อยละ 78 ของกลุ่มสำรวจวางแผนขยายการดำเนินงานไปยังตลาดในอาเซียนอย่างน้อย 1 แห่ง โดยเวียดนามและอินโดนีเซียยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยม 2 อันดับแรก
อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยังคงเป็นข้อกังวลหลัก โดยร้อยละ 81 ของกลุ่มสำรวจมองว่าบั่นทอนความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอาเซียน ขณะที่ร้อยละ 67 ของบริษัทที่กำลังปรับห่วงโซ่อุปทานท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการค้าได้พิจารณาอาเซียนเป็นฐานดำเนินงานแห่งใหม่หรือเพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิม
ขณะเดียวกันอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากรและกฎระเบียบที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศยังคงเป็นข้อจำกัดการค้าและการลงทุนในอาเซียนด้วย โดยร้อยละ 73 ของกลุ่มสำรวจอ้างอิงว่าอุปสรรคที่มากเกินไปส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน
คริส ฮัมฟรีย์ ผู้อำนวยการบริหารของสภาฯ กล่าวว่าอาเซียนมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจนกลายเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานที่น่าดึงดูดใจ ทั้งขนาดตลาด ที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ และการเชื่อมโยงภายในภูมิภาค โดยการแก้ไขความแตกต่างด้านกฎระเบียบและความขัดแย้งข้ามพรมแดนจะเสริมการรวมกลุ่ม ช่วยให้ภาคธุรกิจได้ประโยชน์จากขนาดตลาดโดยรวมของอาเซียนมากขึ้น และกระตุ้นกิจกรรมทางการค้ามากขึ้น