
เมลเบิร์น, 7 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ สถาบันวิจัยทางการแพทย์วอลเตอร์ แอนด์ เอลิซา ฮอลล์ (WEHI) ของออสเตรเลีย เปิดเผยว่าคณะนักวิจัยในออสเตรเลียกำลังพัฒนายารักษามะเร็งที่สามารถผ่านเยื่อกั้นระหว่างเลือดกับสมอง ซึ่งปิดกั้นยาส่วนใหญ่ไม่ให้เข้าสู่สมองได้ในปัจจุบัน
รายงานระบุว่าโครงการระดับชาตินี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย จำนวน 18.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 445.86 ล้านบาท) และมีเป้าหมายพัฒนายาที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่สมอง เพื่อเอาชนะหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ที่สุดของการรักษามะเร็งสมอง
ทั้งนี้ เยื่อกั้นระหว่างเลือดกับสมองทำหน้าที่ควบคุมสิ่งที่จะเข้าสู่สมองอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันสารพิษและการติดเชื้อไม่ให้ผ่านเข้าไปได้ ซึ่งส่งผลให้ยารักษามะเร็งราวร้อยละ 98 ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อเยื่อสมองได้ โดยกลไกการป้องกันนี้จำเป็นต่อการรักษาสุขภาพโดยรวมของสมอง
รองศาสตราจารย์จิม วิตเทิล หัวหน้าห้องปฏิบัติการของสถาบันฯ ระบุว่าคณะนักวิจัยวางแผน "ยึด" เส้นทางขนส่งสารอาหารตามธรรมชาติของเยื่อกั้นระหว่างเลือดกับสมองเพื่อลักลอบขนส่งโมเลกุลสังหารเซลล์มะเร็งเข้าสู่สมอง ซึ่งอาจช่วยให้เกิดยาแบบแทรกซึมเข้าสู่สมองตัวใหม่ รวมถึงสร้างโอกาสทดสอบยารักษามะเร็งที่มีอยู่เดิมและก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้าถึงสมองได้
คณะนักวิจัยระบุว่าสมองพึ่งพาระบบขนส่งตามธรรมชาติในการลำเลียงสารอาหารที่จำเป็น เช่น ธาตุเหล็กและกลูโคส จากกระแสเลือด โดยเซลล์บริเวณเยื่อกั้นระหว่างเลือดกับสมองจะมี "สถานีรับส่ง" ซึ่งทำหน้าที่จดจำและดึงสารอาหารเหล่านี้เข้าสู่สมองอย่างแข็งขัน
ทั้งนี้ สำหรับการพัฒนายารักษามะเร็งนี้ในระยะแรก คณะนักวิจัยจะมุ่งเป้าไปที่เนื้องอกสมองชนิดร้ายแรง อาทิ มะเร็งสมองกลิโอแบลสโตมา (Glioblastoma) ในผู้ใหญ่ และมะเร็งสมองกลิโอมาชนิดกึ่งกลางกระจายตัว (Diffuse midline glioma) ในเด็ก

(แฟ้มภาพซินหัว : โมเดลจำลองส่วนต่อประสานสมอง-จักรกลแบบกึ่งรุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย ที่ศูนย์นวัตกรรมระหว่างประเทศจงกวนชุน ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 26 มี.ค. 2025)