
(แฟ้มภาพซินหัว : ท่าอากาศยานนานาชาติเดโชของกัมพูชา วันที่ 11 ส.ค. 2025)
พนมเปญ, 29 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) ไชย สินะฤทธิ์ ประธานสำนักเลขาธิการคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ (CCOS) ของกัมพูชา เปิดเผยว่ากัมพูชากวาดล้างเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ขนาดใหญ่ได้สำเร็จ หลังจากเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มงวดทั่วประเทศเป็นเวลาหนึ่งปี โดยกองกำลังบังคับใช้กฎหมายเฉพาะกิจได้ตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย 793 แห่ง ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2025 ถึงวันที่ 20 ส.ค. 2026 และนำสู่การทลายเครือข่ายฉ้อโกงได้โดยตรง 624 แห่ง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเกือบ 30,000 ราย ทั้งยังจัดการกับกาสิโน 27 แห่ง โดยเพิกถอนใบอนุญาตถาวร 18 แห่ง และสั่งระงับการดำเนินงานอีก 9 แห่ง
สินะฤทธิ์ย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อเครือข่ายอาชญากรรม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนการดังกล่าวส่งผลให้สามารถกำจัดเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์หมดสิ้นแล้ว พร้อมระบุว่าทางการกัมพูชาได้ช่วยเหลือและส่งตัวชาวต่างชาติกลับประเทศแล้ว 58,266 ราย แบ่งเป็นผู้หญิง 7,282 ราย ในจำนวนนี้พบว่ามีบุคคล 22,045 รายจาก 38 สัญชาติมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับขบวนการฉ้อโกงทางออนไลน์ นอกเหนือจากการส่งตัวบุคคลจำนวนมากกลับประเทศแล้ว กัมพูชายังเริ่มดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ต้องสงสัยรายสำคัญ และส่ง 408 คดีให้ศาลพิจารณา โดยมีผู้ต้องสงสัย 3,477 คนจาก 29 สัญชาติถูกควบคุมตัวก่อนการพิจารณาคดี นอกจากนี้ ทางการกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่ศาลออกหมายจับแล้วอีก 855 ราย
สินะฤทธิ์กล่าวว่าการปราบปรามครั้งนี้เน้นไปที่การทุจริตภายใน โดยหน่วยต่อต้านการทุจริต (ACU) ได้จัดการ 4 คดีเฉพาะ และจับกุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย 15 ราย ซึ่งรวมถึงรองอัยการศาล รองอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลพนมเปญ และอดีตอธิบดีกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมสำทับว่าแม้ว่าจะกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่ไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่กลุ่มอาชญากรได้ปรับชั้นเชิงด้วยการหันไปทำกิจกรรมในลักษณะกระจายตัวและมีขนาดเล็กลง ซ่อนตัวอยู่ตามเกสต์เฮาส์ คอนโดมิเนียม บ้านเช่า ยานพาหนะ และร้านกาแฟ โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของกัมพูชากำลังเดินหน้าสืบสวนและปราบปรามอย่างไม่มีข้อยกเว้น
อนึ่ง กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการฉ้อโกงทางออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ "ร่วมมือทำลายและกำจัดกลโกงออนไลน์" งานดังกล่าวจะรวบรวมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สถาบันการเงิน บริษัทเทคโนโลยี และสถาบันวิจัย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีและเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามระดับโลกนี้ ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ย.
