เมลเบิร์น, 27 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) สถาบันครอบครัวศึกษาแห่งออสเตรเลียเปิดเผยผลวิจัยที่พบชาวออสเตรเลียรุ่นใหม่ราวร้อยละ 85 กังวลเกี่ยวกับความซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งสะท้อนผลกระทบที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่อยู่อาศัย ความเครียดทางการเงิน และการต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากครอบครัว
ผลวิจัยข้างต้นอ้างอิงข้อมูลจากโกรวิง อัป อิน ออสเตรเลีย (Growing Up in Australia) ซึ่งเป็นโครงการศึกษาเกี่ยวกับเด็กชาวออสเตรเลียในระยะยาว เพื่อสำรวจประสบการณ์ของชาวออสเตรเลียช่วงอายุ 19-20 ปี และ 23-24 ปี ขณะรับมือกับการเรียน การทำงาน ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย หนี้สิน และการพึ่งพาตนเองทางการเงิน
ความสามารถซื้อบ้านกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายใหญ่ที่สุด โดยร้อยละ 63 ของคนรุ่นใหม่เลือกอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ทั้งแบบอยู่ฟรีหรือแบบจ่ายค่าเช่าต่ำกว่าคนที่แยกออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ส่วนกลุ่มคนที่แยกออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุ 23-24 ปี ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 47 ของรายได้ มีเพียงร้อยละ 8 ที่เป็นเจ้าของหรือเจ้าของร่วม
ขณะการพึ่งพาตนเองทางการเงินนั้นเชื่อมโยงกับการศึกษาและการทำงานอย่างมาก โดยร้อยละ 55 ของกลุ่มคนอายุ 19-20 ปี ได้เรียนและทำงานไปด้วย ส่วนความกดดันทางการเงินยังคงเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป โดยร้อยละ 63 ของกลุ่มคนอายุ 23-24 ปี และร้อยละ 53 ของกลุ่มคนอายุ 19-20 ปี มีหนี้สินที่ไม่ใช่หนี้สินเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้สินเพื่อการศึกษา
คนรุ่นใหม่ราว 3 ใน 10 คน ได้เผชิญความยากลำบากทางการเงินในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งการอดอาหาร การชะลอการรักษาพยาบาล หรือการขอความช่วยเหลือจากครอบครัวและเพื่อนฝูง ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งระบุว่ายังคงต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากพ่อแม่
เคอร์สเตน แคมป์เบลล์ หัวหน้าโครงการโกรวิง อัป อิน ออสเตรเลีย กล่าวว่าผลวิจัยนี้สะท้อนภาพของคนรุ่นใหม่ที่กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อสร้างตัว ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับความท้าทายทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ

(แฟ้มภาพซินหัว : โคมไฟประดับตามท้องถนนเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 7 ก.ย. 2024)