
เบอร์ลิน, 21 ส.ค. (ซินหัว) -- ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศแห่งพอสดัม (PIK) ในเยอรมนี เผยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้พื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาผลาญทั่วยุโรปเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าภายในสิ้นศตวรรษนี้ หากยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน แห้งแล้ง และมีลมแรงขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดไฟป่า
ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารโกลบอล เชนจ์ ไบโอโลจี (Global Change Biology) ระบุว่าแนวโน้มการเกิดไฟป่าจะขึ้นอยู่กับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและระดับภาวะโลกร้อนในอนาคตเป็นหลัก โดยหากมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำ คาดว่าพื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาผลาญต่อปีจะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 39 ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ขณะที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูงอาจทำให้พื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 192
ไมค์ บิลลิง นักวิจัยจากสถาบันฯ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกระตุ้นให้กิจกรรมไฟป่าทั่วยุโรปเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศร้อน แห้งแล้ง และลมแรงทวีความรุนแรงขึ้น โดยพื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาผลาญอาจเพิ่มขึ้นในวงกว้างแม้อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นเพียงราว 1.8 องศาเซลเซียสก็ตาม พร้อมเสริมว่าหากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้นจนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นราว 3.6 องศาเซลเซียส จะทำให้เกิดไฟป่าบ่อยครั้งและกินวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเมดิเตอร์เรเนียน รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ในยุโรปตะวันตกและยุโรปตอนกลาง ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่ปัจจุบันยังไม่ค่อยเกิดไฟป่าด้วย
อนึ่ง ระบบสารสนเทศไฟป่าแห่งยุโรประบุว่าเมื่อนับถึงวันที่ 12 ส.ค. มีพื้นที่ทั่วสหภาพยุโรปถูกไฟป่าเผาผลาญแล้วราว 5.5 แสนเฮกตาร์ (ราว 3.43 ล้านไร่) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 20 ปีของช่วงเวลาเดียวกันประมาณ 2.5 เท่า

(แฟ้มภาพซินหัว : ผลพวงความเสียหายหลังเกิดไฟป่าในภูมิภาคมาดริดของสเปน วันที่ 29 ก.ค. 2026)