เวลลิงตัน, 10 ส.ค. (ซินหัว) -- รายงานจากเทค นิวซีแลนด์ (Tech New Zealand) องค์กรไม่แสวงหากำไรของนิวซีแลนด์ ระบุว่านิวซีแลนด์ต้องประสานงานระดับชาติเพื่อเสริมสร้างผู้มีทักษะทางดิจิทัล ขณะความต้องการผู้มีความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณผู้มีความรู้ความสามารถดังกล่าวภายในประเทศมีแนวโน้มไม่เพียงพอ
รายงานระบุว่าการมีส่วนร่วมในวิชาเรียนหลักลดลง โอกาสในตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นที่มีจำกัด การสรรหาบุคลากรชาวต่างชาติลดลง ความต้องการผู้มีความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความมั่นคงทางไซเบอร์ ระบบคลาวด์ และซอฟต์แวร์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบรวมเป็นความท้าทาย
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของนิวซีแลนด์ประกอบด้วยบริษัทมากกว่า 24,000 แห่ง และสร้างมูลค่าราว 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ราว 4.65 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็นราวร้อยละ 8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
แกรม มุลเลอร์ ซีอีโอของเทค นิวซีแลนด์ ระบุว่ามีนักเรียนเลือกเรียนวิชาที่เป็นรากฐานของสายอาชีพดิจิทัลอย่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ลดลง ขณะบัณฑิตจบใหม่จำนวนมากต้องดิ้นรนกับการหางานแรกเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่จำเป็น ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างแรงกดดันต่อรากฐานแรงงานในอนาคตของนิวซีแลนด์
การเลือกเรียนวิชาเกี่ยวกับเทคโนโลยีของการประเมินคุณวุฒิทางการศึกษาแห่งชาติ (NCEA) ซึ่งเป็นคุณวุฒิหลักของนักเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์ ได้ลดลงราวร้อยละ 2 ต่อปีระหว่างปี 2015-2024 ขณะสัดส่วนนักเรียนที่เลือกเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ ได้ลดลงจนต่ำกว่าร้อยละ 75
ทั้งนี้ รายงานของเทค นิวซีแลนด์ เรียกร้องการส่งเสริมการศึกษาด้านดิจิทัล การฝึกงานด้านดิจิทัล การฝึกงานแบบได้รับค่าตอบแทน และการประสานงานที่ดีขึ้นระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเที่ยวชมงานเทศกาลในเมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์ วันที่ 25 ม.ค. 2025)
