

(แฟ้มภาพซินหัว : ผีเสื้อที่หุบเขาผีเสื้อหงเหอในอำเภอจินผิง มณฑลอวิ๋นหนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 14 พ.ค. 2026)
เมลเบิร์น, 9 ส.ค. (ซินหัว) -- ผลการศึกษาที่นำโดยมหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียได้บันทึกการย้ายถิ่นที่อยู่ (range shift) ของสายพันธุ์ผีเสื้อที่เป็นที่รู้จักราวหนึ่งในสิบ และพบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาพอากาศสุดขั้วเชื่อมโยงกับการย้ายถิ่นที่อยู่ของสายพันธุ์ผีเสื้อเกือบร้อยละ 80
ชาวัน เชาฮูรี หัวหน้าห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยาการเปลี่ยนแปลงระดับโลกของมหาวิทยาลัยฯ และผู้เขียนหลักของผลการศึกษาที่วิเคราะห์การย้ายถิ่นที่อยู่ 6,182 ครั้งของผีเสื้อ 1,758 สายพันธุ์ทั่วโลก ระบุว่าผีเสื้อสายพันธุ์ต่างๆ กำลังย้ายถิ่นที่อยู่ในทุกทวีปที่พวกมันอาศัยอยู่ โดยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการย้ายถิ่นที่อยู่
ผีเสื้อเป็นดังตัวบ่งชี้ล่วงหน้าและส่งสัญญาณเตือนไปทั่วโลก ยิ่งการย้ายถิ่นที่อยู่ของผีเสื้อเปลี่ยนแปลงไปมาก ยิ่งเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั่วระบบนิเวศ โดยร้อยละ 80 ของสายพันธุ์ผีเสื้อในชุดข้อมูลได้ขยายถิ่นที่อยู่ มักย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ขณะร้อยละ 27 เผชิญภาวะถิ่นที่อยู่อาศัยหดลง และร้อยละ 22 ย้ายถิ่นที่อยู่ไปยังที่สูงที่แตกต่าง
เชาฮูรีกล่าวว่าผีเสื้อเขตร้อนอาศัยอยู่ใกล้ขีดจำกัดอุณหภูมิสูงสุดของพวกมันแล้ว อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยอาจบีบให้พวกมันต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม โดยเฉพาะพื้นที่ที่การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินได้แบ่งแยกถิ่นที่อยู่ของผีเสื้อออกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อย
ผลการศึกษานี้บ่งชี้ช่องโหว่ใหญ่ในการเฝ้าติดตามความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะในแอฟริกากลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิวกินี และลุ่มน้ำแอมะซอน แม้ภูมิภาคเหล่านี้เป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญระดับโลก
ทั้งนี้ เชาฮูรีเรียกร้องการประสานงานเฝ้าติดตามระดับโลก โดยเฉพาะในเขตร้อน เพื่อติดตามการย้ายถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตได้ดียิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนความพยายามบรรลุเป้าหมายต่างๆ ภายใต้กรอบความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง-มอนทรีออล (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework)