
ลอนดอน, 7 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ของสหราชอาณาจักรเผยแพร่ผลการศึกษาเบื้องต้น ซึ่งระบุว่าการอยู่ในอาคารที่ปิดหน้าต่างอาจช่วยลดการสัมผัสควันไฟป่าแต่ไม่อาจป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ และการอยู่อาศัยลักษณะดังกล่าวในช่วงอากาศร้อนอาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะความร้อนสูงเกินไป
ผลการศึกษานี้สะท้อนความยากลำบากของผู้คนในยามเผชิญอากาศร้อนและมลพิษจากควันไฟพร้อมกัน เพราะการเปิดหน้าต่างช่วยบรรเทาอากาศร้อนแต่ทำให้อากาศภายนอกที่ปนเปื้อนมลพิษไหลเวียนเข้ามา ขณะการปิดหน้าต่างจะกักเก็บความร้อนไว้ภายในอาคาร
คณะนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพอากาศภายในอาคารแบบเรียลไทม์จากบ้านเรือนในพื้นที่เกรตเตอร์แมนเชสเตอร์ 23 หลัง ซึ่งถูกเฝ้าติดตามช่วงวันที่ 1-26 ก.ค. 2026 ขณะเกิดไฟป่าสองระลอกบริเวณเนินเขาเพนไนน์ที่อยู่ใกล้เคียง และพบว่ามลพิษภายนอกยังคงเล็ดลอดเข้าสู่ภายในบ้านแม้ปิดหน้าต่าง บ่งชี้ว่าการอยู่ในอาคารไม่ได้ปลอดภัยจากควันพิษอย่างสมบูรณ์เสมอไป
นอกจากนั้นผลการศึกษานี้ระบุว่าความสามารถรักษาอากาศให้เย็นและสะอาดอาจขึ้นอยู่กับสภาพอาคาร รวมถึงผู้อยู่อาศัยเข้าถึงระบบทำความเย็น ระบบระบายอากาศ หรือระบบกรองอากาศอันมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งถือเป็นจุดแตกต่างระหว่างครัวเรือน
ทั้งนี้ ควันไฟป่ามีฝุ่นละอองขนาดเล็กมากและก๊าซที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองปอด และอาจทำให้อาการของผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ซิสติกไฟโบรซิส (cystic fibrosis) และโรคหอบหืด รุนแรงยิ่งขึ้นด้วย
ดร. โธมัส แบนแนน หัวหน้าคณะนักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ กล่าวว่าผลการศึกษานี้สนับสนุนคำแนะนำให้ปิดหน้าต่างขณะควันพิษหนาแน่น แต่นั่นไม่อาจป้องกันควันเล็ดลอดได้ทั้งหมดและอาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะความร้อนสูงเกินไป โดยความท้าทายคือคำแนะนำนี้ปฏิบัติตามได้ยากในช่วงอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะบ้านที่สะสมความร้อนได้ง่าย
แบนแนนเสริมว่าคณะนักวิจัยกำลังศึกษามาตรการเชิงปฏิบัติ เช่น การกรองอากาศและแนวทางรักษาความเย็นในบ้าน เพื่อประชาชนโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ มีทางเลือกที่ดีกว่าเมื่อเผชิญอากาศร้อนจัดและมลพิษจากควันไฟพร้อมกันในอนาคต

(แฟ้มภาพซินหัว : ควันไฟป่าลอยขึ้นจากเนินเขาโปยคิโล ซึ่งมองเห็นได้จากเขตไฮดารีทางตะวันตกของกรุงเอเธนส์ของกรีซ วันที่ 31 ก.ค. 2026)

(แฟ้มภาพซินหัว : ควันไฟป่าปกคลุมท้องฟ้าในเมืองโตรอนโตของแคนาดา วันที่ 15 ก.ค. 2026)