ซิดนีย์, 6 ส.ค. (ซินหัว) -- ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียพบว่าคนที่มีสวนในบ้านเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 น้อยกว่าคนที่ไม่มีถึงร้อยละ 6.8 ขณะเดียวกันคนที่อาศัยอยู่ใกล้สวนสาธารณะหลายแห่งเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานชนิดนี้น้อยกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ใกล้ถึงร้อยละ 5.7 ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวในการวางผังเมือง
คณะนักวิจัยที่นำโดยชินอนโซ โอเดเบอาตู จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมโครงการยูเค ไบโอแบงก์ (UK Biobank) ซึ่งป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวนมากกว่า 19,000 คน พร้อมประเมินการมีอยู่ของพื้นที่สีเขียวรอบที่อยู่อาศัยของพวกเขา ซึ่งนับรวมสวนในบ้านและสวนสาธารณะภายในรัศมี 800 เมตร
ทั้งนี้ คณะนักวิจัยระบุว่าสวนในบ้านและสวนสาธารณะใกล้บ้านอาจช่วยลดความเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานผ่านการทำกิจกรรมทางกายภาพ เพิ่มการรับวิตามินดี และส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนั้นการทำกิจกรรมกลางแจ้งยังอาจช่วยปรับปรุงสุขภาพลำไส้และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันผ่านการรับจุลินทรีย์ที่หลากหลายด้วย
โอเดเบอาตู ผู้เขียนหลักของผลการศึกษา กล่าวว่าความท้าทายด้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น และผลการศึกษาฉบับนี้สะท้อนการให้ความสำคัญกับประเด็นสาธารณสุขเป็นอันดับแรกในการจัดวางพื้นที่สีเขียว
คณะนักวิจัยเสริมว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านราย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 1.31 พันล้านรายภายในปี 2050

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 8 พ.ค. 2026)