
(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานเบนกูเรียน ใกล้เมืองเทลอาวีฟของอิสราเอล วันที่ 9 เม.ย. 2026)
เยรูซาเล็ม, 5 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (4 ส.ค.) มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟของอิสราเอลรายงานว่าในช่วงปี 2023-2025 มีชาวอิสราเอลเดินทางออกนอกประเทศและอยู่นอกประเทศเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน เกือบ 2.7 แสนคน ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยจากผลกระทบของสงคราม และข้อถกเถียงเกี่ยวกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
ผลการศึกษาซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติกลางของอิสราเอล พบว่าในปี 2025 มีชาวอิสราเอลออกจากประเทศและอยู่นอกประเทศติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป จำนวน 90,922 คน คิดเป็นร้อยละ 0.89 ของประชากรอิสราเอลทั้งหมด (ราว 10.2 ล้านคน) โดยตัวเลขนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2024 และสูงกว่าปี 2023 เล็กน้อย
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากระแสการอพยพออกนอกประเทศที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2023 ยังคงดำเนินต่อเนื่องและอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยนักวิจัยประเมินว่าในปี 2025 มีชาวอิสราเอลเดินทางออกจากประเทศเป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปี ราว 45,000-50,000 คน พร้อมเตือนว่าหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของอิสราเอล โดยเฉพาะจากการสูญเสียบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในสาขาเทคโนโลยี การแพทย์ และวิชาการ เนื่องจากเศรษฐกิจของอิสราเอลพึ่งพาทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะสูงอย่างมาก