วอชิงตัน, 4 ส.ค. (ซินหัว) -- ผลสำรวจจากรอยเตอร์ส-อิปซอส (Reuters/Ipsos) ซึ่งเผยแพร่วันจันทร์ (3 ส.ค.) พบชาวอเมริกันมองพรรคเดโมแครตมีความสามารถบริหารเศรษฐกิจดีกว่าพรรครีพับลิกันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มสำรวจราวร้อยละ 37 มองพรรคเดโมแครตมีแนวทางบริหารเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีกว่า ขณะร้อยละ 36 เลือกพรรครีพับลิกัน ส่วนร้อยละ 27 ระบุว่ายังไม่แน่ใจหรือเชื่อว่าพรรคการเมืองที่แตกต่างจากสองตัวเลือกนี้สามารถบริหารเศรษฐกิจได้ดีกว่า
รายงานระบุว่าพรรครีพับลิกันครองความได้เปรียบด้านเศรษฐกิจมาตลอดตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งวาระแรกในปี 2017-2021 และอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ดำรงตำแหน่งอีก 4 ปีถัดมา จนถึงวาระสองของทรัมป์ในปัจจุบัน โดยตัวทรัมป์บอกว่าผู้อพยพและเงินเฟ้อเป็นสองประเด็นใหญ่ที่ผลักดันให้เขาชนะการเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2024 และยืนยันบ่อยครั้งว่าเขาสามารถบริหารเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ดีกว่าพรรคเดโมแครต
อย่างไรก็ดี ผลสำรวจนี้ที่จัดทำวันที่ 29 ก.ค.-3 ส.ค. พบคะแนนความนิยมของทรัมป์ลดลงอยู่ที่ร้อยละ 35 จากเดิมอยู่ที่ร้อยละ 37 ในผลสำรวจครั้งก่อนในเดือนกรกฎาคมของรอยเตอร์ส-อิปซอส โดยคริสโตเฟอร์ กัลดิเอรี ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากวิทยาลัยเซนต์แอนเซล์มในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ เผยว่าความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจมักเป็นข่าวร้ายสำหรับพรรคการเมืองที่อยู่ในอำนาจ เพราะประชาชนจะโทษคนที่กำลังบริหารประเทศ ซึ่งตอนนี้คือทรัมป์ที่เป็นประธานาธิบดีและพรรครีพับลิกันที่ครองสภาคองเกรส

(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 14 มิ.ย. 2026)