
(แฟ้มภาพซินหัว : บุคลากรการแพทย์ฝังศพตามระเบียบป้องกันโรคระบาดที่เมืองบูเนียในจังหวัดอิตูรีของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือดีอาร์คองโก วันที่ 9 ก.ค. 2026)
คินชาซา, 2 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันเสาร์ (1 ส.ค.) องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือดีอาร์คองโก (DR Congo) ในปัจจุบันกลายเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์ของดีอาร์คองโกด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์บุนดีบูโย ที่ได้รับการยืนยันผล 3,605 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 1,587 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตที่ร้อยละ 44 โดยสูงกว่าการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2018-2020 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 3,317 ราย
รายงานระบุว่าการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกในปัจจุบัน ซึ่งตอนแรกจำกัดอยู่ที่เขตสุขภาพมงบวาลู (Mongbwalu) ของจังหวัดอิตูรี ได้แพร่กระจายสู่เขตสุขภาพ 49 แห่งใน 5 จังหวัด ได้แก่ อิตูรี กีวูเหนือ กีวูใต้ โอต์-อูเอเล และโชโป ภายในระยะเวลา 2 เดือน รวมถึงส่งผลกระทบต่อบุคลากรการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีบุคลากรกลุ่มนี้ติดเชื้อ 151 ราย และเสียชีวิต 44 รายแล้ว สะท้อนช่องโหว่ในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อภายในสถานพยาบาล
องค์การฯ เตือนว่าความไม่มั่นคงปลอดภัย การพลัดถิ่นฐานของประชากร การเคลื่อนตัวของประชากรในระดับสูง และการเดินทางข้ามพรมแดนในดีอาร์คองโกกำลังเป็นอุปสรรคต่อการตรวจตราและรับมือกับโรคระบาด โดยการระบาดเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ซึ่งเข้าถึงการดูแลสุขภาพ น้ำสะอาด อาหาร และที่พักพิงได้อย่างจำกัด ส่วนการโจมตีสถานพยาบาลได้จำกัดการเข้าถึงของทีมรับมือฉุกเฉินและเพิ่มความเสี่ยงแพร่เชื้อโดยไม่มีการตรวจพบ
ทั้งนี้ องค์การฯ ระบุความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับการตรวจตรา การทดสอบ การดูแลรักษา การควบคุมการติดเชื้อ การมีส่วนร่วมของชุมชน และระบบโลจิสติกส์ เพื่อยับยั้งการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโก ซึ่งจัดว่ามีความเสี่ยงสูงมาก
