
(แฟ้มภาพซินหัว : เด็กถือโคมไฟเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนฤดูหนาว "ไลท์ อัป ไลน์แฮม" ในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 2 ส.ค. 2025)
แคนเบอร์รา, 31 ก.ค. (ซินหัว) -- วันศุกร์ (31 ก.ค.) คณะกรรมการความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ของออสเตรเลียเผยแพร่ข้อมูลชุดแรกจากการศึกษาระยะยาวที่ติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกฎหมายในประเด็นดังกล่าวฉบับแรกของโลก โดยพบว่าสัดส่วนของเด็กชาวออสเตรเลียที่มีบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ลดลง 10 จุดในช่วงสามเดือนแรก
สัดส่วนของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีที่มีบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ ลดลงจากร้อยละ 52.4 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มบังคับใช้กฎหมาย เหลือร้อยละ 42.1 ในเดือนมีนาคม ขณะสัดส่วนของเด็กที่รายงานว่าใช้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งกลุ่มที่มีหรือไม่มีบัญชีผู้ใช้ ลดลงจากร้อยละ 85.9 เหลือร้อยละ 81.5 ในช่วงเวลาเดียวกัน
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ เปิดเผยว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบแพลตฟอร์มระดับโลกหลายแห่งที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งห้ามดังกล่าว โดยมุ่งเป้าไปที่เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม สแนปแชต ติ๊กต็อก และยูทูป
ภายใต้กฎหมายฉบับปัจจุบัน แพลตฟอร์มที่ไม่สามารถป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีจากการสร้างและใช้งานบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ อาจถูกปรับเป็นเงินสูงสุด 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1.16 พันล้านบาท) โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลกลางได้ประกาศแผนเพิ่มเพดานค่าปรับดังกล่าวเป็นสองเท่า อยู่ที่ 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2.32 พันล้านบาท)
รายงานฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวันศุกร์ (31 ก.ค.) พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีส่วนใหญ่ที่มีบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ก่อนคำสั่งห้ามมีผลบังคับใช้ ยังคงใช้บัญชีเดิมหรือสร้างบัญชีใหม่ได้ในเดือนมีนาคม เนื่องจากแพลตฟอร์มต่างๆ ยังไม่สามารถบังคับใช้มาตรการยืนยันอายุผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขณะนี้กำลังมีการสอบสวนกรณีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่มีความซับซ้อนอยู่หลายกรณี
