
(แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศภายในท่าอากาศยานชางงีในสิงคโปร์ วันที่ 23 มิ.ย. 2026)
สิงคโปร์, 23 ก.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (22 ก.ค.) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งสิงคโปร์เผยว่าสิงคโปร์จะลงทุนราว 4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 1.04 แสนล้านบาท) ในช่วง 15 ปีข้างหน้า เพื่อปรับปรุงบริการการบินและรองรับความต้องการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 5 ของท่าอากาศยานชางงี
แผนการดังกล่าวครอบคลุมการขยายกำลังคนในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศราวร้อยละ 40 ให้อยู่ที่ราว 700 คน ภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030 การปรับเปลี่ยนหรือยกระดับระบบบริการการบินกว่า 30 ระบบด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์พัฒนาวิศวกรรม เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นและพัฒนาขีดความสามารถด้านการปฏิบัติงานร่วมกับพันธมิตรภาคอุตสาหกรรมและวิจัย
สำนักงานฯ คาดว่าระบบจัดการจราจรทางอากาศยุคใหม่ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2030 จะรองรับการขึ้นบินหรือลงจอดของเครื่องบินสูงสุดถึง 1 ล้านครั้งต่อปี โดยสามารถรับและประมวลข้อมูลตำแหน่งของอากาศยานแบบเรียลไทม์สูงสุด 4,000 ลำ คิดเป็นสองเท่าของขีดความสามารถในปัจจุบัน
องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) คาดการณ์ว่าปริมาณผู้โดยสารทางอากาศจะเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในช่วง 25 ปีข้างหน้า โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีสัดส่วนการเติบโตคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด
ทั้งนี้ สิงคโปร์บริหารจัดการหนึ่งในน่านฟ้าที่มีความหนาแน่นและซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสิงคโปร์ต้องดูแลเที่ยวบินราว 2,000 เที่ยวต่อวัน ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินขาเข้าและขาออกที่ท่าอากาศยานชางงีราว 1,000 เที่ยว