ซิดนีย์, 20 ก.ค. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (20 ก.ค.) มูลนิธิวิจัยสตรีและทารกแห่งออสเตรเลียเผยว่านักวิจัยในออสเตรเลียกำลังพัฒนา "รกเทียม" (artificial placenta) เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและส่งเสริมสุขภาพในระยะยาวของทารกคลอดก่อนกำหนดซึ่งยังไม่พร้อมเผชิญโลกภายนอก แม้เทคโนโลยีดังกล่าวยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 10 ปีก่อนจะนำมาใช้ในทางคลินิก
เทคโนโลยีรกเทียมจะช่วยให้ทารกยังคงได้รับสารอาหารและออกซิเจนในลักษณะเดียวกับขณะอยู่ในครรภ์แม่ ทำให้ทารกมีเวลาสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาร่างกายเพิ่มเติม ก่อนต้องออกมาเผชิญกับความท้าทายในการกินอาหารและหายใจด้วยตนเอง
ศาสตราจารย์แมตต์ เคมป์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นผู้นำงานวิจัยในครั้งนี้ เผยว่าเทคโนโลยีรกเทียมที่กำลังออกแบบและพัฒนานี้ เป็นวิธีที่จะช่วยให้ทารกเหล่านี้มีเวลาอีกราว 3-4 สัปดาห์ในการเจริญเติบโตและพัฒนาในสภาพแวดล้อมที่ไม่แตกต่างจากในครรภ์แม่มากนัก โดยทารกคลอดก่อนกำหนดไม่เพียงแต่มีพัฒนาการไม่สมบูรณ์ แต่หลายรายยังมีอาการป่วยร่วมด้วย ทำให้การรักษาเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก
รกเป็นระบบช่วยพยุงชีวิตของทารกในครรภ์ ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและแลกเปลี่ยนก๊าซ เชื่อมต่อกับทารกผ่านสายสะดือ โดยรกเทียมซึ่งอยู่ระหว่างการทดลองในแกะนั้นเชื่อมต่อกับตัวอ่อนผ่านสายสะดือเช่นกัน แต่มีรูปลักษณ์แตกต่างจากรกตามธรรมชาติ
เคมป์อธิบายว่าระบบดังกล่าวมีลักษณะเป็นกล่องใส 2 กล่อง แต่ละกล่องมีขนาดใกล้เคียงกับลูกบาศก์รูบิก และเชื่อมต่อกันด้วยสายสวนและท่อ ซึ่งทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์แลกเปลี่ยนก๊าซขนาดเล็ก โดยจุดเด่นของระบบนี้คือการใช้พลังงานจากตัวทารกในครรภ์เอง ซึ่งหัวใจของทารกเป็นตัวขับเคลื่อนการทำงานของระบบ ไม่ได้อาศัยปั๊มหรือแหล่งแรงดันจากภายนอก จึงสามารถตอบสนองต่อความต้องการของทารกในครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ รกเทียมจะยังไม่สามารถนำมาใช้ในทางคลินิกเร็วๆ นี้ โดยเคมป์ประเมินว่าจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 10-15 ปี เนื่องจากการพัฒนาในตอนนี้ยังคงพบความท้าทายทางด้านเทคนิคใหม่ๆ อยู่เสมอ

(แฟ้มภาพซินหัว : เด็กๆ ในงานเทศกาลคริสต์มาสเดือนกรกฎาคม ในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 30 มิ.ย. 2024)