
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมสวนซูเปอร์ทรีที่การ์เดน บาย เดอะ เบย์ในสิงคโปร์ วันที่ 3 ต.ค. 2024)
สิงคโปร์, 20 ก.ค. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (20 ก.ค.) คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและองค์การพัฒนาสื่อ (IMDA) ของสิงคโปร์ ออกแนวปฏิบัติใหม่ระบุว่ากลุ่มองค์กรในสิงคโปร์จะต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้ก่อนนำข้อมูลที่เดิมเก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (GenAI) ไปใช้ในการพัฒนาโมเดลเจนเอไอ
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในโมเดลและระบบเจนเอไอกำหนดให้องค์กรต้องแจ้งข้อมูลแก่ผู้ใช้ โดยอธิบายวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูล ประเภทของข้อมูลที่จะนำไปใช้ วิธีการใช้ข้อมูล ตลอดจนช่องทางที่บุคคลสามารถปฏิเสธหรือเพิกถอนความยินยอมได้
แนวปฏิบัติชี้แจงการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาและใช้งานเจนเอไอ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโมเดล การนำไปใช้งาน ไปจนถึงการจัดการคำขอเกี่ยวกับข้อมูลหลังใช้งานระบบแล้ว นอกจากนี้ บุคคลยังคงมีสิทธิขอเข้าถึงและขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองได้ แม้ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาเจนเอไอแล้ว
ภายใต้กฎหมายดังกล่าว องค์กรสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลโดยไม่ต้องได้รับความยินยอม หากเป็นไปเพื่อการพัฒนาโมเดลเจนเอไอและข้อมูลนั้นเข้าข่ายข้อยกเว้น "ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ" ซึ่งครอบคลุมถึงข้อมูลจากแหล่งออนไลน์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ทว่าข้อมูลที่มีข้อจำกัดทางดิจิทัล เช่น เนื้อหาที่ต้องชำระเงิน หรือข้อมูลที่ต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะเข้าถึงได้ อาจไม่เข้าข่ายเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ
คณะกรรมการฯ ยอมรับว่าการดำเนินการตามคำขอเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลอาจเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากการฝึกโมเดลเจนเอไอต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาล และข้อมูลที่ใช้ฝึกโมเดลอาจไม่ได้จัดเก็บอยู่ในคลังข้อมูลเดิม พร้อมสนับสนุนให้องค์กรใช้แนวปฏิบัติที่เหมาะสม เช่น การพิจารณาคำขอเป็นรายกรณี รวมถึงการติดตามและปรับใช้มาตรการทางเทคนิคที่เหมาะสม
แนวปฏิบัติฉบับนี้ระบุว่าผู้พัฒนาโมเดล ผู้ให้บริการระบบ และผู้นำระบบไปใช้งานต่างมีหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างกัน โดยผู้นำระบบไปใช้งานเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง