เมลเบิร์น, 6 ก.ค. (ซินหัว) -- สถาบันเทคโนโลยีรอยัลเมลเบิร์นของออสเตรเลียเผยว่าทีมนักวิจัยได้พัฒนาวิธีการกำจัดไมโครพลาสติกออกจากน้ำเสียได้มากกว่าร้อยละ 90 ด้วยการใช้ไมโครบับเบิลและนาโนบับเบิล เทคโนโลยีฟองอากาศที่มีอนุภาคขนาดเล็กมากระดับไมโครเมตรและนาโนเมตร ซึ่งเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ใช้ได้จริงสำหรับปัญหามลพิษที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
แถลงการณ์ระบุว่าโรงบำบัดน้ำเสียสามารถใช้วิธีฟองอากาศแบบคู่ (dual-bubble) เพียงแค่ปรับปรุงสภาวะการดำเนินงานที่มีอยู่เดิมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น ความดันอากาศ ระยะเวลาอิ่มตัวของก๊าซ และขนาดฟองอากาศ โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่
รองศาสตราจารย์ บิปล็อบ ปรามานิก จากสถาบันฯ กล่าวว่าโรงบำบัดน้ำเสียเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ไมโครพลาสติกหลุดรอดจากกระบวนการกรอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์
แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการแยกสารออกจากน้ำเสียโดยการอัดอากาศเข้าไปละลายในน้ำ (DAF) ซึ่งเป็นวิธีบำบัดน้ำที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยฟองอากาศจะเข้าไปเกาะกับสิ่งปนเปื้อนและพยุงให้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อแยกกำจัดออก ซึ่งการใช้ฟองอากาศขนาดไมโครและนาโนร่วมกันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดไมโครพลาสติกได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับระบบที่ใช้ฟองอากาศเพียงชนิดเดียว
การศึกษาพบว่าฟองอากาศขนาดไมโครจะสร้างแรงลอยตัวเพื่อพยุงอนุภาคต่างๆ ให้ลอยสู่ผิวน้ำ ขณะที่ฟองอากาศขนาดนาโนช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการจับตัวเป็นก้อนของอนุภาค ส่งผลให้ประสิทธิภาพกำจัดไมโครพลาสติกโดยรวมสูงขึ้น โดยระบบดังกล่าวยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมน้ำเสียจริง เนื่องจากสารอินทรีย์ รวมถึงสารประเภทไขมันและน้ำมันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบ และในบางกรณียังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดไมโครพลาสติกด้วยการส่งเสริมให้อนุภาคเหล่านี้จับตัวเป็นก้อนมากขึ้นด้วย
ทีมนักวิจัยระบุว่าการดักจับไมโครพลาสติกตั้งแต่ช่วงต้นของกระบวนการบำบัดน้ำเสียจะช่วยลดการสะสมของไมโครพลาสติกในกากตะกอน และลดการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมได้ โดยคณะวิจัยกำลังแสวงหาความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปทดสอบและยืนยันประสิทธิภาพในวงกว้างต่อไป

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ในเมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย วันที่ 21 พ.ย. 2025)