แคนเบอร์รา, 1 ก.ค. (ซินหัว) -- วันพุธ (1 ก.ค.) มหาวิทยาลัยแอดิแลดของออสเตรเลียเผยแพร่ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า ออสเตรเลียอาจจำเป็นต้องปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่ชนบทครั้งใหญ่ รวมถึงยุติการทำเกษตรกรรมในพื้นที่บางส่วนและฟื้นฟูพืชพรรณธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงระบบนิเวศล่มสลาย
ผลการศึกษาระบุว่าการฟื้นฟูพื้นที่ภูมิทัศน์อย่างน้อยร้อยละ 30 ให้กลับคืนสู่ระบบธรรมชาติที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ถือเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่สุดที่จำเป็นในการรักษาเสถียรภาพของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยทีมนักวิจัยพบว่าพื้นที่บางส่วนของรัฐเซาท์ออสเตรเลียมีสัดส่วนการฟื้นฟูธรรมชาติที่ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ในระดับสากล ซึ่งกำหนดให้คืนพื้นที่ร้อยละ 30 แก่ธรรมชาติ โดยเกณฑ์มาตรฐานนี้ได้รับการรับรองทั่วโลกในปี 2022 และนับว่าสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันการล่มสลายของระบบนิเวศ
พืชพรรณท้องถิ่นในบางพื้นที่ลดเหลือในระดับที่ต่ำมาก โดยบริเวณชายฝั่งคอปเปอร์ของรัฐเซาท์ออสเตรเลียเหลือพืชพรรณท้องถิ่นอยู่เพียงร้อยละ 3.6 เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างเช่นพื้นที่เกษตรกรรมบางส่วนจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูกลับคืนสู่ระบบนิเวศท้องถิ่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว
ปีเตอร์ มาร์ติน ผู้สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่าการจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินครั้งใหญ่ในระดับท้องถิ่น โดยเปลี่ยนระบบการทำเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมที่เน้นปลูกข้าวสาลีควบคู่กับการเลี้ยงแกะ ไปสู่ภูมิทัศน์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งมีการบูรณาการระบบนิเวศท้องถิ่นร่วมด้วย
มาร์ตินระบุว่าผลิตผลผลิตทางการเกษตรอาจลดลงเล็กน้อยในภูมิภาค ทว่าองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สังคมและวิทยาศาสตร์สุขภาพชี้ว่าภูมิทัศน์ธรรมชาติที่มีความหลากหลายมากขึ้น สามารถช่วยยกระดับสุขภาพกายและสุขภาวะทางจิตใจของมนุษย์ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเสริมว่าการยอมรับจากชุมชนคืออุปสรรคสำคัญที่สุด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ จำเป็นต้องใช้เวลาดำเนินการนานหลายทศวรรษและต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากทั้งภาครัฐและชุมชน
ทั้งนี้ คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาดังกล่าว โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้นและปริมาณน้ำฝนที่เปลี่ยนแปลงไปมีแนวโน้มทำให้พื้นที่เกษตรกรรมบางแห่งไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกอีกต่อไป ซึ่งยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินไปสู่รูปแบบอื่นแทน

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 8 พ.ค. 2026)
