สิงคโปร์, 25 มิ.ย. (ซินหัว) -- รายงานจากคณะกรรมการทบทวนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ (ESR) ของสิงคโปร์ระบุว่าสิงคโปร์ควรกำหนดตนเองเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและประยุกต์ใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาหรือโซลูชันด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับโลกมากกว่าการแข่งขันเพื่อสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์หรือศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุด
รายงานระบุว่าปัญญาประดิษฐ์มีแนวโน้มพลิกโฉมภาคเศรษฐกิจต่างๆ อย่างที่ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตเคยทำ และข้อได้เปรียบของสิงคโปร์อยู่ที่ความสามารถผสมผสานการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐบาล ธุรกิจผู้ประกอบการ และสถาบันวิจัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม
สิงคโปร์ควรกำหนดตนเองเป็นทำเลสำคัญของโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ที่มีผลกระทบสูง โดยสิงคโปร์ควรมอบการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญ เช่น ชุดข้อมูล พลังการประมวลผล และแซนด์บ็อกซ์ (sandbox) ที่อยู่ภายใต้การกำกับควบคุม พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถกำกับดูแลและความปลอดภัยด้านปัญญาประดิษฐ์
นอกจากนั้นสิงคโปร์ควรสนับสนุนบรรดาบริษัทชั้นนำที่มีฐานอยู่ในสิงคโปร์ให้กลายเป็น "ผู้ครองแชมป์แห่งปัญญาประดิษฐ์" (Champions of AI) ผ่านโครงการเปลี่ยนผ่านด้านปัญญาประดิษฐ์ขนานใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทเหล่านั้นเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมต่างๆ ตามลำดับ
สิงคโปร์ควรเพิ่มการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งมักเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนและขีดความสามารถ เพื่อขยายการปรับใช้ปัญญาประดิษฐ์ โดยสมาคมการค้าและหอการค้าอาจมีบทบาทมากขึ้นในการรวบรวมทรัพยากรและพัฒนาโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ร่วมกัน เพื่อยกระดับผลิตภาพของทุกภาคส่วน
อนึ่ง รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดตั้งสภาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (National AI Council) ซึ่งให้ความสำคัญกับภารกิจปัญญาประดิษฐ์ในภาคการผลิตขั้นสูง การเงิน การดูแลสุขภาพ และโลจิสติกส์

(แฟ้มภาพซินหัว : คนชมหุ่นยนต์เล่นฟุตบอลที่งานมหกรรมหุ่นยนต์ในศูนย์วิทยาศาสตร์สิงคโปร์ วันที่ 9 เม.ย. 2026)
