
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนที่เทศกาลอาหารฤดูหนาวในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 24 มิ.ย. 2023)
ซิดนีย์, 18 มิ.ย. (ซินหัว) -- มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียรายงานการพัฒนาแบบจำลองทางพันธุกรรมโดยใช้ยีนที่เกี่ยวข้องกับการรับรสและการรับกลิ่น เพื่อช่วยในการทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมการบริโภคอาหารมีส่วนกระตุ้นการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็งได้อย่างไร โดยพบว่าผู้ที่ชื่นชอบรสชาติและกลิ่นของหอมหัวใหญ่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ต่ำกว่า
นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มผู้ใหญ่กว่า 1.6 แสนคนในคลังข้อมูลชีวภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UK Biobank) โดยตรวจสอบยีนที่เกี่ยวข้องกับการรับรสและการรับกลิ่นจำนวน 325 ยีน รวมถึงความเชื่อมโยงของยีนเหล่านี้กับความชื่นชอบและการรับประทานอาหารรวม 140 ชนิด โดยผลลัพธ์ที่ได้นั้นได้รับการพิสูจน์และยืนยันความถูกต้องในกลุ่มประชากรแยกต่างหาก ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมวิจัยอายุ 25 ปีจากการศึกษาติดตามระยะยาวของพ่อแม่และเด็กในเทศมณฑลเอวอนของสหราชอาณาจักร
จากนั้นทีมวิจัยได้ใช้วิธีการสุ่มเมนดีเลียน (Mendelian randomization) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้ความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างบุคคลเข้ามาช่วยตรวจสอบว่าความสัมพันธ์ที่พบในการศึกษาด้านสุขภาพนั้นเป็นความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลจริง หรือเป็นเพียงสิ่งที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกัน
แดเนียล ฮวาง จากสถาบันวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับโมเลกุลของมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ กล่าวว่าการพิสูจน์ว่าอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นสาเหตุของโรค หรือเพียงมีความเชื่อมโยงกับการเกิดโรค ถือเป็นความท้าทายสำคัญในสาขาระบาดวิทยาทางโภชนาการ โดยแบบจำลองทางพันธุกรรมดังกล่าวได้นำเสนอแนวทางใหม่ในการรับมือกับความท้าทายที่มีมายาวนานในการวิจัยด้านโภชนาการ เนื่องจากที่ผ่านมาการพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารกับการเกิดโรคนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
รสชาติและกลิ่นเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดพฤติกรรมการเลือกบริโภคอาหาร โดยคณะนักวิจัยระบุว่าการใช้ประโยชน์จากปัจจัยขับเคลื่อนทางชีวภาพเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของหลักฐานที่ชี้ว่าอาหารส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคอย่างไร
ทั้งนี้ พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 11 ล้านรายต่อปี โดยส่วนใหญ่เกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคมะเร็ง อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการป่วยโรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ระบบสาธารณสุขทั่วโลกต้องแบกรับภาระหนักหน่วงขึ้น