ซิดนีย์, 8 มิ.ย. (ซินหัว) -- งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารฟรอนเทียร์ส อิน โอเชียน ซัสเทนอะบิลิตี (Frontiers in Ocean Sustainability) เผยว่านักวิจัยในออสเตรเลียพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถตรวจจับผลิตภัณฑ์สัตว์ทะเลที่ถูกลักลอบขนส่ง เช่น ครีบฉลามหรือหูฉลาม ม้าน้ำแห้ง และปลิงทะเล จากภาพสแกนสัมภาระในท่าอากาศยาน โดยใช้เครื่องสแกนเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบ 3 มิติที่มีใช้อยู่แล้วในท่าอากาศยาน ร่วมกับโครงข่ายประสาทเทียม เพื่อระบุสิ่งของที่ซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระโดยมีอัตราความแม่นยำร้อยละ 92
การลักลอบค้าสัตว์ทะเล ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลและมักตรวจจับได้ยากกว่าการลักลอบค้างาช้างหรือนอแรด เนื่องจากสิ่งของเหล่านี้มักถูกซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระหรือพัสดุของนักเดินทางทั่วไป
ทีมวิจัยที่นำโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมคควอรีของออสเตรเลีย ฝึกอัลกอริทึมด้วยการสแกนเกือบ 300 ครั้ง โดยใช้ตัวอย่างของกลางจากคดีลักลอบค้าสัตว์ทะเล พร้อมจำลองวิธีการแอบซุกซ่อนในสถานการณ์จริง เช่น การห่อสิ่งของด้วยแผ่นดีบุก เสื้อผ้า หรือซ่อนไว้ภายในของเล่น ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับครีบฉลามได้ร้อยละ 95 ม้าน้ำร้อยละ 96 และปลิงทะเลร้อยละ 86
ทีมวิจัยเปิดเผยว่าเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดน แต่ย้ำว่าเป็นเพียงเครื่องมือเสริม และไม่ใช่สิ่งที่จะเข้ามาแทนที่วิธีการตรวจจับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากยังคงมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การแจ้งเตือนผิดพลาด และการเข้าถึงเครื่องสแกน 3 มิติขั้นสูงที่ยังไม่ทั่วถึง
วาเนสซา พิรอตตา จากมหาวิทยาลัยฯ ผู้เขียนหลักของการศึกษานี้ ระบุว่าทีมสามารถจำลองการลักลอบขนส่งได้เฉพาะจากกรณีที่เคยถูกตรวจพบมาก่อนเท่านั้น ปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่จะตรวจจับได้ทุกกรณี และไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่การตรวจจับโดยมนุษย์และสุนัขดมกลิ่นได้

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้โดยสารเข้าแถวรอตรวจเอกสารที่ท่าอากาศยานซิดนีย์ในนครซิดนีย์ของออสเตรเลีย วันที่ 1 พ.ย. 2021)
