ซิดนีย์, 2 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (1 มิ.ย.) แถลงการณ์จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ของออสเตรเลียระบุว่านักดาราศาสตร์ค้นพบหลักฐานชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับต้นกำเนิดของสัญญาณลึกลับจากห้วงอวกาศ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับระบบดาวคู่หายาก หลักฐานนี้เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ในสภาวะสุดขั้วได้มากยิ่งขึ้น
ทีมวิจัยที่นำโดยมหาวิทยาลัยฯ ใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุแอสแคป (ASKAP) ของออสเตรเลีย ค้นพบดาวแคระขาวที่กำลังฉีกกระชากมวลสารออกจากดาวแคระแดงซึ่งเป็นดาวคู่ที่มีขนาดใหญ่กว่าแต่มีความหนาแน่นน้อยกว่า ระบบดาวดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่าแอสแคป เจ1745-5051 (ASKAP J1745-5051) นี้ ปลดปล่อยคลื่นวิทยุและรังสีเอกซ์ที่รุนแรงออกมาทุกๆ 1.4 ชั่วโมง
โควี โรส จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของการศึกษา ระบุว่าการค้นพบครั้งนี้ถือเป็นการระบุแหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุคาบยาวชั่วครู่ (LPT) ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยตรวจพบเพียงประมาณสิบกว่าแห่งเท่านั้นในกาแล็กซีของเรา
โรสกล่าวว่ามวลสารจากดาวคู่จะโคจรเป็นเกลียวเข้าสู่ดาวแคระขาวที่มีความหนาแน่นสูง พร้อมปลดปล่อยรังสีเอกซ์ออกมา ขณะที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสนามแม่เหล็กของดาวทั้งสองดวงทำให้เกิดการปล่อยคลื่นวิทยุอย่างสม่ำเสมอ โดยสัญญาณคลื่นวิทยุและรังสีเอกซ์ไม่ได้พุ่งแตะจุดสูงสุดพร้อมกัน บ่งชี้ว่าสัญญาณทั้งสองประเภทมีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แตกต่างกันภายในระบบดาว
ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เคยสันนิษฐานว่าแหล่งกำเนิดคลื่นวิทยุคาบยาวชั่วครู่เกี่ยวข้องกับดาวนิวตรอนที่หมุนตัวช้า ทว่าผลการค้นพบครั้งใหม่สนับสนุนคำอธิบายอีกแนวทางหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับดาวแคระขาวที่กำลังดูดมวลสาร
ทั้งนี้ การค้นพบโดยทีมวิจัยนานาชาติซึ่งประกอบด้วยนักวิจัยจากออสเตรเลีย สหรัฐฯ จีน แคนาดา สเปน และอิสราเอล ยังช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับฟิสิกส์พลาสมาสุดขั้วและปฏิสัมพันธ์ทางแม่เหล็ก ภายใต้สภาวะที่ไม่สามารถจำลองขึ้นมาได้บนโลก

(ภาพจากองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพของออสเตรเลีย : กล้องโทรทรรศน์วิทยุแอสแคป (ASKAP) ในออสเตรเลีย วันที่ 3 พ.ค. 2022)