ลอสแอนเจลิส, 2 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (1 มิ.ย.) จาเรด ไอแซกแมน ผู้บริหารขององค์การนาซา (NASA) ของสหรัฐฯ กล่าวว่าแท่นปล่อยจรวดที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดระหว่างการทดสอบจุดเครื่องยนต์ภาคพื้นดินของจรวดนิว เกลนน์ (New Glenn) จากบริษัทบลู ออริจิน (Blue Origin) เมื่อไม่นานมานี้ อาจจะไม่สามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้จนกว่าจะถึงปี 2028
เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลาราว 21.00 น. ของวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (หรือ 01.00 น. ของวันศุกร์ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT)) ณ ฐานปล่อยจรวดลอนช์ คอมเพล็กซ์ 36 (Launch Complex 36) ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีฐานทัพอวกาศเคปคานาเวอรัล ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ โดยปัจจุบันสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งนี้ถือเป็นแท่นปล่อยจรวดเพียงแห่งเดียวที่ยังคงใช้งานอยู่และสามารถรองรับจรวดนิว เกลนน์ของบลู ออริจินได้
ไอแซกแมนกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) ว่ากรอบเวลาจนถึงปี 2028 นั้นอยู่ในขอบเขตที่เป็นไปได้สำหรับการฟื้นฟูแท่นปล่อยจรวดที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โดยขณะนี้ทุกฝ่ายต่างร่วมใจกันขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายเดียวกัน เนื่องจากต้องการเห็นบลู ออริจินประสบความสำเร็จ และสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือการเร่งฟื้นฟูและซ่อมแซมแท่นปล่อยจรวดให้กลับมาใช้งานได้ พร้อมทั้งระดมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะได้แก้ไขและเดินหน้าต่อไป
เดฟ ลิมป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบลู ออริจินกล่าวบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่าทางบริษัทได้รับสิทธิ์บางส่วนในการเข้าถึงฐานปล่อยจรวดลอนช์ คอมเพล็กซ์ 36 และกำลังดำเนินการตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการทดสอบจุดเครื่องยนต์ภาคพื้นดินอย่างจริงจัง โดยจะเริ่มเคลียร์พื้นที่แท่นปล่อยจรวดในเร็วๆ นี้ และมีแผนการซ่อมแซมพร้อมแล้ว
เหตุระเบิดดังกล่าวอาจส่งผลให้ภารกิจต่างๆ ของจรวดนิว เกลนน์ในอนาคตต้องล่าช้าออกไป และอาจกระทบต่อกำหนดการของภารกิจสำรวจดวงจันทร์บางส่วนของนาซา เนื่องจากบลู ออริจินเป็นพันธมิตรภาคเอกชนรายสำคัญในภารกิจสำรวจดวงจันทร์อาร์ทิมิส (Artemis)

(ภาพจากบลู ออริจิน : ยานอวกาศนิว เชพเพิร์ดของบลู ออริจิน กำลังทะยานขึ้นจากฐานทดสอบในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ วันที่ 20 ก.ค. 2021)